วิธีเอาตัวรอดเมื่อฝนตกกระทันหันขณะกำลังตั้งกล้องรังวัดอยู่กลางสนาม

Last updated: 10 มิ.ย. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีเอาตัวรอดเมื่อฝนตกกระทันหันขณะกำลังตั้งกล้องรังวัดอยู่กลางสนาม

วิธีเอาตัวรอดเมื่อฝนตกกระทันหันขณะกำลังตั้งกล้องรังวัดอยู่กลางสนาม
ท้องฟ้าเมืองไทยคาดเดาอะไรไม่ได้เลยครับ บางวันตอนเช้าแดดเปรี้ยงจนหัวแทบแตก แต่พอตกบ่ายกลับมีเมฆดำทมิฬลอยมาพร้อมลมกระโชกแรง และเพียงไม่กี่นาที "ฝนก็เทกระหน่ำลงมากลางไซต์งานโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย"
ในวินาทีที่ฝนเริ่มตกกระทันหัน ช่างสำรวจหน้าใหม่หลายคนมักจะเกิดอาการลนลาน วิ่งวุ่นทำอะไรไม่ถูก บางคนรีบหมุนน็อตถอดกล้องทั้งที่มือเปียกโชก หรือบางคนทิ้งกล้องแล้ววิ่งหนีเข้าที่ร่มก่อน วันนี้เราจะมาแชร์ "5 สเตปเอาตัวรอดฉบับช่างมือโปร" ที่จะช่วยให้คุณกู้สถานการณ์เซฟกล้องตัวเก่งไม่ให้พังพินาศจากน้ำฝนกัน

สเตปที่ 1: ตั้งสติ และคว้า "ถุงคลุมกันฝน (Rain Cover)" มาครอบทันที
ในกล่องส้มเก็บกล้องสำรวจทุกยี่ห้อ ผู้ผลิตเขาจะแถม "ถุงพลาสติกหนาสีส้มหรือถุงคลุมกันฝน" มาให้ขดอยู่มุมกล่องเสมอ (ช่างหลายคนมักมองข้ามหรือคิดว่าเป็นเศษขยะขอบกล่อง)

นาทีชีวิต: เมื่อฝนเริ่มลงเม็ดแปะๆ อย่าเพิ่งเสียเวลาหมุนน็อตล็อกเพื่อถอดตัวกล้องออกจากขาตั้งเด็ดขาด เพราะความรีบร้อนบวกกับมือที่เปียกน้ำจะทำให้กล้องลื่นหลุดมือร่วงกระแทกพื้นได้ง่ายที่สุด ให้คุณรีบวิ่งไปที่กล่องกล้อง คว้าถุงพลาสติกกันฝนใบนั้นมา "ครอบสวมลงไปบนตัวกล้องทันที" แล้วม้วนชายถุงรัดใต้ฐานกล้องให้มิดชิด วิธีนี้จะเปลี่ยนกล้องให้กลายเป็นเต็นท์กันน้ำได้ภายใน 5 วินาทีครับ

สเตปที่ 2: ดึงขาตั้งกล้องรวบเข้ามา (ถ้าลมแรงจัด)

ฝนตกหน้างานมักจะมาพร้อมกับลมพายุหมุนที่รุนแรง หากคุณคลุมถุงพลาสติกเสร็จแล้วปล่อยกล้องกางขาตั้งทิ้งไว้กลางสายลม ถุงพลาสติกจะทำหน้าที่เหมือน "ใบเรือ" คอยต้านลม และลมแรงสามารถพัดกรรโชกจนขากล้องพลิกคว่ำฟาดพื้นได้ทันที

วิธีแก้เฉพาะหน้า: หลังจากคลุมถุงเสร็จให้ใช้วิธี "จับขาตั้งกล้องรวบเข้ามาหากันตรงๆ" (ห้ามหมุนถอดกล้อง) แล้วใช้วิธีอุ้มขาตั้งกล้องในแนวตั้งตรง แบกพากล้องวิ่งเข้าหลบในตู้คอนเทนเนอร์คุมงาน รถยนต์ หรือใต้ชายคาอาคารที่ใกล้ที่สุดในแนวดิ่งทันที

สเตปที่ 3: ห้ามเก็บกล้องเปียกๆ เข้ากล่องส้มเด็ดขาด (กับดักเชื้อรา)

เมื่อพาตัวเองและกล้องวิ่งเข้าหลบฝนในที่ร่มได้สำเร็จแล้ว พฤติกรรมที่ห้ามทำเด็ดขาดคือ การเปิดฝากล่องส้มแล้วยัดกล้องที่ยังมีละอองน้ำเกาะอยู่เข้าไปข้างในแล้วปิดล็อกเก็บบนรถ

ความเสี่ยง: กล่องเก็บกล้องสำรวจเป็นระบบปิดกันน้ำภายนอกเข้า แต่ถ้าคุณเอาความชื้นเข้าไปขังไว้ข้างใน กล่องส้มจะกลายสภาพเป็น "ตู้อบความชื้น" ชั้นดี จาระบีภายในจะเยิ้ม แผงวงจรช็อต และภายในเวลาไม่กี่วัน "เชื้อรา" จะขึ้นเต็มเลนส์ชิ้นในจนส่องอะไรไม่เห็น เสียเงินล้างเลนส์หลายพันบาทแน่นอนครับ


สิ่งที่ต้องทำ: ให้หาผ้าสะอาด หรือทิชชู่แห้งๆ ค่อยๆ ซับคราบน้ำและละอองฝนออกจากตัวบอดี้กล้อง หน้าจอ และขาตั้งให้แห้งสนิทที่สุดในร่มก่อน


สเตปที่ 4: ถอดแบตเตอรี่ออกทันที ตัดกระแสไฟ

แม้กล้องสำรวจรุ่นใหม่ๆ จะมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นในระดับ $IP54$ หรือ $IP65$ ที่ทนทานต่อฝนโปรยๆ ได้ แต่ถ้าฝนตกหนักจัดจนน้ำซึมเข้าตามรอยต่อ การมีกระแสไฟฟ้าเลี้ยงอยู่ในเครื่องคือสิ่งที่อันตรายที่สุด

วิธีเซฟ: เมื่อเข้าที่ร่มแล้ว ให้รีบ "เปิดช่องใส่แบตเตอรี่แล้วถอดก้อนแบตเตอรี่แยกออกจากตัวกล้องทันที" เพื่อตัดวงจรไฟฟ้า ป้องกันอาการบอร์ดช็อตถาวร และเปิดฝาช่องใส่แบตเตอรี่ทิ้งไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเทไล่ความชื้น

สเตปที่ 5: ขั้นตอน "กู้ชีพ" เมื่อกลับถึงออฟฟิศ

หลังเลิกงานสนามพากล้องกลับมาถึงออฟฟิศ ห้ามวางกล่องทิ้งไว้แล้วหนีไปนอน ให้ทำตามขั้นตอนกู้ชีพนี้:

1. นำตัวกล้องออกจากกล่อง นำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะในห้องที่มี "อากาศถ่ายเทได้ดี" หรือห้องแอร์
2. เปิดฝาปิดเลนส์วัตถุและเลนส์ตาออก เปิดช่องใส่แบตเตอรี่ทิ้งไว้
3. ปล่อยให้ลมแอร์หรือพัดลมเป่าไล่ความชื้นที่สะสมอยู่ตามซอกมุมเป็นเวลา 1 คืนเต็มๆ
4. ตรวจสอบแผ่นซิลิก้าเจล (Silica Gel) ในกล่องกล้อง ถ้ามันอิ่มน้ำจนเปลี่ยนสี ให้เปลี่ยนอันใหม่ทันที ก่อนจะเก็บกล้องเข้าที่เดิมในวันรุ่งขึ้น

บทสรุป

ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่วิธีรับมือของช่างสำรวจควบคุมได้ครับ! เมื่อฝนเทกระทันหัน คาถาสำคัญคือ "คลุมถุง รวบขา พาเข้าล่ม ซับให้แห้ง และถอดแบต" สละเวลาทำตามสเตปเหล่านี้เพิ่มขึ้นอีกนิด แทนที่จะวิ่งหนีฝนเอาตัวรอดคนเดียว จะช่วยเซฟเครื่องมือทำมาหากินราคาแพงของคุณให้ปลอดภัย ไร้รอยช็อต และพร้อมกลับมาลุยงานรังวัดต่อในวันยอดเยี่ยมที่ฟ้าเปิดแน่นอน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้