ทำไมช่างสำรวจถึงชอบทำฝาครอบเลนส์หาย...และวิธีเอาตัวรอดของเซียนสนาม

Last updated: 30 มิ.ย. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทำไมช่างสำรวจถึงชอบทำฝาครอบเลนส์หาย...และวิธีเอาตัวรอดของเซียนสนาม

ทำไมช่างสำรวจถึงชอบทำฝาครอบเลนส์หาย...และวิธีเอาตัวรอดของเซียนสนาม
หากเราไปเดินสำรวจดูเครื่องมือตามกองสำรวจต่างๆ ทั่วประเทศ เราจะพบความจริงอันน่ามหัศจรรย์ข้อหนึ่ง นั่นคือ "กล้องสำรวจเกินครึ่งไม่มีฝาครอบเลนส์ของแท้จากโรงงานติดอยู่เลย" บางตัวเปลือยล่อนจังงังท้าทายฝุ่นปูน บางตัวก็ถูกทดแทนด้วยฝาครอบเลนส์กล้องถ่ายรูปยี่ห้ออื่น หรือหนักหน่อยก็ใช้ถุงพลาสติกครอบแล้วรัดยางแกงเอาไว้

ทำไมอุปกรณ์ที่ดูเหมือนจะปลอดภัยเพราะอยู่ติดกับตัวกล้องตลอดเวลา ถึงกลายเป็นไอเทมที่สาบสูญบ่อยที่สุด? จากการเก็บข้อมูลหน้างาน เราสามารถสรุปพฤติกรรม "ฆาตกรรมฝาเลนส์" ออกมาได้ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้

1. "พฤติกรรมถอดแล้วยัด" สัญชาตญาณความเร่งรีบหน้างาน
หน้างานสำรวจคือสนามรบที่ต้องแข่งกับเวลา ทันทีที่จอดรถ อุ้มกล่องส้มลงมา กางขากล้อง ตั้งระดับลูกน้ำฟองกลมเสร็จ สิ่งถัดไปที่ช่างกล้องต้องทำคือ "แกะฝาครอบเลนส์ออกเพื่อให้ส่องภาพได้"

หลุมดำในกางเกง: จังหวะที่แกะฝาเลนส์ออก มักจะเป็นจังหวะเดียวกับที่มืออีกข้างต้องถือสมุดจดบันทึก ($Field Book$) หรือสายตาต้องมองหาคนถือไม้สต๊าฟ ช่างกล้องส่วนใหญ่จึงมักจะยัดฝาเลนส์ใส่ใน กระเป๋ากางเกงข้างหลัง หรือกระเป๋าเสื้อกั๊กสะท้อนแสง

ร่วงตอนก้มๆ เงยๆ: ทว่าในระหว่างวัน ช่างกล้องต้องมีการก้มๆ เงยๆ หมุนน็อตฐานสามขา ส่องกล้องมุมดิ่ง หรือนั่งยองๆ เพื่อเช็กหมุดอ้างอิง จังหวะการเคลื่อนไหวเหล่านี้แหละครับที่ดันให้ฝาเลนส์พลาสติกพ้นขอบกระเป๋าแล้วร่วงลงไปนอนในกองดิน กองหญ้า หรือจมโคลนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลย รู้ตัวอีกทีก็ตอนจะเก็บกล้องกลับบ้านตอนเย็นแล้ว


2. สลัดทิ้งไว้บน "หัวเสา" หรือ "ถังน้ำมัน" แหล่งสถิตสุดท้ายของฝาเลนส์

พฤติกรรมยอดฮิตอีกอย่างคือการสะเพร่าเลือกวางฝาเลนส์ไว้ใกล้ตัวในจุดที่คิดว่าจำง่าย

ระเหยหายไปกับตา: ช่างกล้องบางคนไม่อยากใส่กระเป๋าเพราะกลัวหัก จึงเลือกที่จะถอดฝาเลนส์แล้ววางแปะไว้บนหัวเสาเข็มที่เพิ่งตัด, บนถังน้ำมัน 200 ลิตรหน้างาน หรือวางไว้บนฝากล่องส้มที่ตั้งอยู่ห่างออกไป

โดนเตะขยับหรือลมพัดตก: พอส่องกล้องไปได้ 2-3 ชั่วโมง ย้ายสถานีไปไกลเป็นร้อยเมตร ก็ลืมไปแล้วว่าวางฝาเลนส์ทิ้งไว้ตรงไหน หรือบางทีรถแม็คโครวิ่งผ่านสะเทือนจนฝาเลนส์ตกจากหัวเสาลงไปโดนดินฝังกลบเรียบร้อย


3. กลไกฝืด/สปริงล้า (Snap-on Fail) จากฝุ่นซีเมนต์

ฝาครอบเลนส์ส่วนใหญ่ทำงานด้วยกลไกบีบสปริงพลาสติกเพื่อให้ขาไปเกาะล็อกกับเกลียวหน้าเลนส์

สปริงไม่เด้ง ล็อกไม่อยู่: เมื่อใช้งานในไซต์งานก่อสร้าง ฝุ่นปูนและทรายจะเข้าไปแทรกตัวในร่องสปริงจิ๋วๆ ของฝาเลนส์ ทำให้กลไกบีบมัน "ฝืดและล้า" เมื่อนำไปครอบหน้าเลนส์ ขาล็อกจึงกางออกไม่สุด ทำให้ฝาเกาะหน้าเลนส์ได้หลวมๆ พอช่างสำรวจรวบขาตั้งกล้องยกขึ้นบ่าเพื่อเดินย้ายจุด แรงกระเทือนจากการก้าวเดินจะทำให้ฝาเลนส์ที่หลวมอยู่แล้ว "หลุดร่วงปลิวหายไปกลางทาง" โดยไม่มีใครสังเกตเห็น

ผลเสียของการปล่อยให้หน้าเลนส์ "ไร้เกราะกำบัง"

ช่างหลายคนคิดว่าฝาหายก็ช่างมัน เปลือยเลนส์ไว้สะดวกรวดเร็วดี แต่รู้ไหมครับว่า หน้าเลนส์วัตถุ ($Objective Lens$) ที่ไม่มีฝาปิด ยามที่นอนอยู่ในกล่องส้มเดินทาง หรือตั้งทิ้งไว้เฉยๆ จะกลายเป็นเป้าโจมตีของฝุ่นปูน ทราย และสะเก็ดไฟจากการเชื่อมเหล็กหน้างาน แสงแดดจัดที่ยิงตรงเข้าหน้าเลนส์นานๆ ยังทำให้สารเคลือบเลนส์เสื่อมสภาพ เกิดรอยขนแมวท่วมเลนส์ และส่งผลให้ภาพมืดมัวในที่สุด ค่าซ่อมเปลี่ยนเลนส์ใหม่ของแท้แพงกว่าค่าฝาครอบเลนส์หลายสิบเท่าตั

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้