วิธีเก็บรักษากล้องเมื่อไม่ได้ใช้งานนานหลายเดือน ไม่มีพัง

Last updated: 2 ก.ค. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีเก็บรักษากล้องเมื่อไม่ได้ใช้งานนานหลายเดือน  ไม่มีพัง

วิธีเก็บรักษากล้องเมื่อไม่ได้ใช้งานนานหลายเดือน ให้เครื่องยังเป๊ะ ไม่มีพัง
สำหรับช่างสำรวจหรือผู้รับเหมา บางครั้งเราอาจจะเจอช่วงรอยต่อของโครงการ หรือติดช่วงมรสุมที่ทำให้ต้องหยุดพักงานสนามยาวเป็นเวลาหลายเดือน สิ่งที่หลายคนมักทำคือ "ถอดกล้อง ใส่กระเป๋า แล้วยกไปวางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ" แต่รู้หรือไม่ว่า การเก็บกล้องสำรวจที่ผิดวิธีเพียงไม่กี่เดือน อาจทำให้กล้องราคาหลักแสนหลักล้านเกิดความเสียหายอย่างถาวร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเลนส์ขึ้นรา แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือกลไกภายในติดขัด วันนี้เรามี 5 ขั้นตอนสำคัญในการเตรียมกล้องสำรวจก่อนเก็บยาว มาฝากกันครับ ทำตามนี้รับรองว่าเปิดเครื่องกลับมาใช้อีกที ค่าก็ยังเป๊ะเหมือนเดิมแน่นอน

Step 1: ทำความสะอาดแบบ Deep Clean (ห้ามเก็บทั้งฝุ่นและคราบชื้น)
ก่อนจะปิดกระเป๋าถาวร กล้องต้องสะอาดและแห้งสนิทที่สุด

- ปัดฝุ่นและทราย:
ใช้ลูกยางเป่าลมปัดไล่ฝุ่นตามซอกเกลียวต่างๆ แล้วใช้แปรงขนอ่อนปัดซ้ำ ห้ามใช้ผ้าเช็ดทรายตรงๆ เพราะจะทำให้ตัวกล้องหรือเลนส์เป็นรอย


- เช็ดคราบชื้น:
ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งเช็ดคราบเหงื่อ คราบน้ำ หรือดินโคลนออกจากตัวกล้องและขาตั้งให้หมด หากปล่อยทิ้งไว้ ความชื้นจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดีภายในกระเป๋า


Step 2: ถอดแบตเตอรี่ออกทุกครั้ง (กฎเหล็กที่ห้ามลืม!)

นี่คือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้กล้องสำรวจพังคาตัว

ห้ามใส่แบตเตอรี่ค้างไว้ในตัวกล้อง: แม้เราจะปิดเครื่องแล้ว แต่ตัวกล้องก็ยังมีการดึงกระแสไฟทีละนิด (Standby Current) ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่คลายประจุจนหมดเกลี้ยง (Over-discharge) ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อม สตาร์ทไม่ติด หรือร้ายแรงที่สุดคือสารเคมีภายในแบตเตอรี่รั่วไหลออกมาซึมเข้าบอร์ดวงจักรของกล้อง

ระดับไฟที่เหมาะสมก่อนเก็บ: หากต้องเก็บยาวหลายเดือน ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% และไม่ควรปล่อยให้หมดเกลี้ยง ควรชาร์จให้อยู่ในระดับประมาณ 40% - 60% ซึ่งเป็นระดับที่เซลล์แบตเตอรี่เสถียรที่สุดในการเก็บรักษา


Step 3: เคล็ดลับคลายล็อกเกลียวปรับระดับ (Foot Screws)

ช่างสำรวจหลายคนชอบหมุนเกลียวปรับระดับ (Foot Screws) หรือเกลียวล็อกแกนต่างๆ จนแน่นก่อนเก็บ ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด

ปรับให้อยู่ตรงกลาง: ให้หมุนเกลียวปรับระดับให้อยู่ในตำแหน่งตรงกลาง (Center) ไม่ตึงและไม่หย่อนจนเกินไป
คลายล็อกแกนราบและแกนดิ่ง: อย่าล็อกแกนกล้องจนแน่นสนิท ให้ปล่อยล็อกไว้หลวมๆ เพื่อลดแรงกดทับของกลไกและฟันเฟืองภายในตัวกล้องเมื่อต้องจอดนิ่งเป็นเวลานาน

Step 4: อาวุธลับในกระเป๋ากล้อง "สารดูดความชื้น" (Silica Gel)

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนชื้น ความชื้นในอากาศคือศัตรูตัวฉกาจของเลนส์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนปิดกระเป๋ากล้อง ให้ใส่ สารดูดความชื้น (Silica Gel) ชุดใหม่เข้าไปด้วยอย่างน้อย 2-3 ซอง

- ข้อควรระวัง: หากซองซิลิก้าเจลเก่าที่อยู่ในกระเป๋าเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีเข้มแล้ว แปลว่ามันอิ่มตัวด้วยน้ำและหมดสภาพแล้ว ให้เปลี่ยนซองใหม่ทันที ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นตัวสะสมความชื้นแทน


Step 5: เลือกสถานที่ตั้งกระเป๋ากล้องให้เหมาะสม

ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดของในกระเป๋า แต่ตำแหน่งที่วางกระเป๋ากล้องก็สำคัญไม่แพ้กัน

- ห้ามวางบนพื้นปูนโดยตรง: เพราะความชื้นจากพื้นปูนจะระเหยขึ้นมาเข้าสู่กระเป๋ากล้องได้ง่าย ควรวางบนชั้นไม้หรือชั้นเหล็กที่ยกสูงจากพื้น

- หลีกเลี่ยงที่อับและความร้อนจัด: ห้ามเก็บกล้องไว้ในห้องเก็บของที่ทึบและร้อนอบอ้าว หรือทิ้งไว้ในท้ายรถเด็ดขาด อุณหภูมิที่สูงเกินไปจะทำให้สารหล่อลื่นภายในเฟืองกล้องละลาย และทำให้ซีลยางต่างๆ เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรเก็บในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและอุณหภูมิค่อนข้างคงที่


ข้อแนะนำเพิ่มเติมก่อนนำกลับมาใช้งานจริง:
หลังจากผ่านไปหลายเดือน เมื่อถึงเวลาต้องนำกล้องกลับมาใช้ อย่าเพิ่งหิ้วไปหน้างานทันทีนะครับ แนะนำให้ลองชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม เปิดเครื่องทดสอบระบบภายใน และที่สำคัญที่สุดคือการทำ Two-Peg Test (การทดสอบระดับกล้อง) เพื่อรีเช็คว่าค่าความเที่ยงตรงของกล้องยังอยู่ครบถ้วนไหม หากพบว่าค่าเริ่มเพี้ยน การส่งไปสอบเทียบ (Calibration) ที่ศูนย์บริการก่อนเริ่มงานจริง จะช่วยการันตีความเป๊ะและลดความเสี่ยงหน้างานได้อย่างดีที่สุด

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้