Last updated: 15 ก.ค. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
ในงานถ่ายระดับ (Leveling) ความคลาดเคลื่อนที่ตรวจจับยากที่สุดมักไม่ได้มาจากตัวกล้อง แต่มาจากขาตั้งกล้อง (Tripod) ที่ทรุดหรือขยับระหว่างการอ่านค่า เนื่องจากกล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level) อาศัยระบบชดเชย (Compensator) ปรับแนวเล็งให้ได้ระดับโดยอัตโนมัติภายในช่วงจำกัด หากฐานรองรับไม่นิ่ง ระบบชดเชยก็ไม่สามารถชดเชยการเคลื่อนตัวที่เกิดขึ้นหลังอ่านค่าไปแล้วได้ การติดตั้งขาตั้งกล้องอย่างถูกวิธีจึงเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่กำหนดคุณภาพของงานทั้งหมด
เริ่มจากเลือกพื้นที่ที่มั่นคง หลีกเลี่ยงดินร่วน ทราย หรือผิวยางมะตอยที่อ่อนตัวเมื่อโดนแดด กางขาตั้ง (Tripod) ทั้งสามให้ทำมุมกางเท่ากันโดยประมาณ เพื่อให้จานหัวขาตั้ง (Tripod Head) อยู่ในแนวราบหยาบ ๆ ก่อน ระยะกางขาที่เหมาะสมคือให้หัวขาตั้งสูงระดับอกถึงคางของผู้ใช้ เพื่อลดความเมื่อยล้าและการเผลอเอนตัวไปกดกล้อง ข้อควรระวัง: อย่ากางขาแคบเกินไปเพราะจะทำให้ฐานสามเหลี่ยมเล็กและล้มง่าย และอย่ากางกว้างจนขาลื่นแยกออกจากกันบนพื้นแข็ง
2. ปักขาให้แน่นและตรวจการทรุด
เหยียบแป้นเหยียบ (Foot Plate) ที่โคนขาแต่ละข้างลงในดินให้สุด โดยเหยียบในแนวเดียวกับก้านขา ไม่ใช่เหยียบเฉียง เพื่อให้ปลายแหลมฝังแน่นและรับแรงกดในแนวดิ่ง หลังปักเสร็จให้ทดสอบด้วยการกดหัวขาตั้งเบา ๆ ทั้งสามทิศทาง หากรู้สึกว่ามีการยุบหรือสปริงตัว แสดงว่าปลายขายังไม่แน่นพอ ต้องปักใหม่ Tolerance เชิงปฏิบัติ: หลังตั้งกล้องเสร็จ ฟองระดับกลม (Circular Bubble) ต้องไม่เคลื่อนออกจากวงแหวนเมื่อเดินรอบกล้อง ข้อควรระวัง: บนพื้นคอนกรีตหรือกระเบื้องที่ปักปลายแหลมไม่ได้ ควรใช้ขาตั้งแบบมีจุกยาง หรือใช้ขาหยั่งสามง่าม (Star Picket) ช่วยยึด เพื่อกันขาลื่น
3. ปรับหัวขาตั้งให้ราบก่อนขึ้นกล้อง
ก่อนวางกล้องระดับ ควรปรับความยาวก้านขาให้จานหัวขาตั้งอยู่ในแนวราบมากที่สุด การเริ่มต้นด้วยหัวขาที่เอียงมาก จะทำให้ต้องหมุนสกรูปรับระดับ (Leveling Screw) จนเกือบสุดเกลียว ซึ่งลดเสถียรภาพและอาจทำให้กล้องโยกได้ หลักการคือให้สกรูปรับระดับทั้งสามตัวอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางช่วงเกลียวหลังปรับระดับเสร็จ เพื่อเหลือระยะปรับสำรองทั้งขึ้นและลง
4. ขึ้นกล้องและปรับฟองระดับกลม
วางกล้องระดับบนหัวขาตั้งแล้วขันสกรูยึด (Fixing Screw) ให้แน่นพอดี ไม่หลวมและไม่ฝืนจนเกลียวเสีย จากนั้นปรับฟองระดับกลมเข้าสู่ศูนย์กลางด้วยสกรูปรับระดับสามตัว โดยใช้หลักการหมุนสกรูสองตัวพร้อมกันเข้าหรือออกในทิศตรงข้ามเพื่อเลื่อนฟองในแนวหนึ่ง แล้วใช้สกรูตัวที่สามปรับแนวตั้งฉาก ความสัมพันธ์ของความไวในการปรับระดับเป็นไปตามสมการ
การเคลื่อนของฟอง = (ระยะเลื่อนหัวขา) / (ความไวของหลอดระดับ, sensitivity)
ยิ่งหลอดระดับมีค่าความไวสูง (วินาที/2 มม.) การขยับเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ฟองเคลื่อนมาก จึงต้องปรับอย่างละเอียด
5. ตรวจสอบเสถียรภาพและ Parallax
เมื่อได้ระดับแล้ว ให้เล็งไปยังไม้สต๊าฟ (Staff) แล้วตรวจ Parallax โดยขยับตาเล็ง หากขีดเส้นใย(Cross-hair)ขยับสัมพันธ์กับภาพไม้สต๊าฟ ให้ปรับโฟกัสเส้นใยและโฟกัสภาพใหม่จนภาพนิ่ง จากนั้นทดสอบเสถียรภาพขั้นสุดท้ายด้วยการอ่านค่าเดิมซ้ำหลังแตะขากล้องเบา ๆ ค่าที่อ่านได้ต้องกลับมาเท่าเดิม มาตรฐาน ISO 17123-2 ซึ่งเป็นแนวทางตรวจสอบสมรรถนะกล้องระดับภาคสนาม เน้นว่าความคลาดเคลื่อนสุ่ม (random error) จากการตั้งกล้องต้องอยู่ในเกณฑ์ควบคุมก่อนเริ่มเก็บข้อมูลจริง
6. รักษาระยะ Backsight-Foresight ให้สมดุล
แม้ตั้งขากล้องมั่นคงแล้ว การวางตำแหน่งกล้องให้ระยะเล็งหลัง (Backsight) และเล็งหน้า (Foresight) ใกล้เคียงกัน จะช่วยหักล้างความคลาดเคลื่อนเชิงระบบจากความโค้งโลกและการหักเหของแสง (Curvature & Refraction) ได้เอง จึงควรเลือกจุดตั้งขากล้องให้อยู่กึ่งกลางระหว่างหมุดสองจุดเสมอ