Last updated: 9 ต.ค. 2569 | 14 จำนวนผู้เข้าชม |
การวัดมุมด้วยกล้องวัดมุม (Theodolite) ทั้งหน้าซ้าย (Face Left) และหน้าขวา (Face Right) เป็นขั้นตอนที่ตำราทุกเล่มสอน แต่ช่างมือใหม่จำนวนมากยังสับสนว่าหน้าไหนคือหน้าซ้าย ต้องตีลำกล้องตอนไหน และจะบันทึกค่าอย่างไรให้คำนวณง่าย ผลคือข้อมูลที่เก็บมาไม่ครบคู่ หรือเฉลี่ยผิดสูตร บทความนี้อธิบายขั้นตอนวัดมุมราบแบบสองหน้ากล้องทีละขั้น ตั้งแต่ตั้งกล้องจนถึงตรวจคุณภาพข้อมูล ทำครบหนึ่งชุดได้ในเวลาราว 10 นาทีสำหรับสองเป้า
Procedure: ตั้งขาตั้งให้หัวขาตั้งอยู่ในแนวราบโดยประมาณ วางกล้องและตั้งศูนย์บนหมุดด้วย Optical Plummet หรือ Laser Plummet ปรับระดับด้วยฟองระดับกลม แล้วปรับละเอียดด้วยหลอดระดับ (Plate Level) โดยหมุนกล้องให้หลอดระดับขนานกับสกรูปรับระดับสองตัว ปรับให้ฟองอยู่กลาง หมุน 90° ปรับด้วยสกรูตัวที่สาม แล้วหมุน 180° ตรวจว่าฟองยังอยู่กลาง
Tolerance: ถ้าฟองเลื่อนเมื่อหมุน 180° ให้ปรับกลับครึ่งหนึ่งของระยะที่เลื่อนด้วยสกรูปรับระดับ ตำแหน่งนั้นคือตำแหน่งที่แกนดิ่งตั้งตรง แม้ฟองจะไม่อยู่กึ่งกลางหลอดพอดีก็ตาม
ข้อควรระวัง: การวัดสองหน้ากล้องไม่ได้แก้ความคลาดเคลื่อนจากการตั้งระดับไม่ดี ขั้นตอนนี้จึงต้องทำให้เรียบร้อยก่อนเสมอ ในวันที่แดดจัดควรกางร่มบังกล้อง และรอให้กล้องปรับอุณหภูมิกับสภาพแวดล้อมสักครู่ก่อนเริ่มวัด เพราะฟองระดับที่ตั้งไว้ในช่วงที่กล้องยังร้อนหรือเย็นไม่คงที่อาจเลื่อนระหว่างวัดได้
หลักการ: หน้าซ้าย (Face Left หรือ Circle Left) คือตำแหน่งที่วงกลมดิ่งอยู่ทางซ้ายมือของผู้ส่องกล้อง ส่วนหน้าขวาคือเมื่อตีลำกล้องกลับแล้ววงกลมดิ่งย้ายไปอยู่ทางขวา สำหรับกล้องดิจิทัล วิธีตรวจง่ายที่สุดคือดูค่ามุมดิ่ง เมื่อเล็งเป้าใกล้แนวราบ หน้าซ้ายจะอ่านมุมเซนิธได้ราว 90° ส่วนหน้าขวาจะอ่านได้ราว 270°
ข้อควรระวัง: กล้องบางรุ่นมีจอแสดงผลทั้งสองด้าน ตำแหน่งจอจึงใช้ระบุหน้ากล้องไม่ได้ ให้ยึดค่ามุมดิ่งเป็นหลัก
เหตุผลที่ต้องวัดสองหน้า: เมื่อแนวเล็งไม่ตั้งฉากกับแกนราบ (Collimation Error) แนวเล็งจะเบี่ยงไปข้างหนึ่งในหน้าซ้าย และเบี่ยงไปอีกข้างในปริมาณเท่ากันเมื่อตีลำกล้องกลับเป็นหน้าขวา ความคลาดเคลื่อนในทิศทางราบจึงมีเครื่องหมายตรงข้ามกันในสองหน้า การเฉลี่ยค่าสองหน้าจึงหักล้างกันพอดี หลักเดียวกันใช้กับ Trunnion Axis Tilt และ Vertical Index Error ด้วย นี่คือเหตุผลที่การวัดสองหน้ากล้องเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดในการได้มุมที่ถูกต้องโดยไม่ต้องปรับแก้กล้องทุกวัน
Procedure: เล็งเป้าอ้างอิง A ให้ศูนย์กลางเส้นใยตรงจุดเป้า ล็อกแกนราบแล้วใช้สกรูเลื่อนละเอียดเข้าหาเป้า ตั้งค่ามุมราบเป็น 0°00′00″ หรือบันทึกค่าที่อ่านได้ จากนั้นคลายล็อก หมุนกล้องตามเข็มนาฬิกาไปเล็งเป้า B ด้วยวิธีเดียวกัน แล้วบันทึกค่า ถ้ามีหลายเป้า ให้เรียงตามเข็มนาฬิกาจนครบ
ข้อควรระวัง: หมุนสกรูเลื่อนละเอียดเข้าหาเป้าในทิศทางเดียวกันทุกครั้ง เพื่อลดผลของระยะคลอนในเฟือง และบันทึกค่าทันทีหลังเล็งโดยไม่แตะกล้อง ถ้าต้องการบันทึกมุมดิ่งด้วย ให้อ่านมุมเซนิธของเป้าเดียวกันในจังหวะเดียวกัน เพื่อให้ค่ามุมราบและมุมดิ่งมาจากการเล็งครั้งเดียว
Procedure: คลายล็อกแกนดิ่ง ตีลำกล้องกลับข้าม (Plunge หรือ Transit) แล้วหมุนกล้องรอบแกนดิ่งประมาณ 180° จนกลับมาเล็งเป้าได้ ตอนนี้กล้องอยู่หน้าขวา เล็งเป้า B ก่อน แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกากลับไปเล็งเป้า A บันทึกค่าทั้งสองเป้า
ข้อควรระวัง: ห้ามตั้งค่ามุมราบใหม่ในหน้าขวา และห้ามปรับระดับกล้องระหว่างสองหน้า ค่าหน้าขวาต้องอ่านจากวงกลมเดิมที่ตั้งไว้ตอนหน้าซ้าย
การบันทึก: ใช้แบบฟอร์มสมุดสนามที่มีช่องหน้าซ้ายและหน้าขวาของแต่ละเป้าอยู่ในแถวเดียวกัน และบันทึกลำดับเป้าตามจริง การบันทึกแยกหน้าคนละหน้ากระดาษทำให้จับคู่ผิดได้ง่าย สำหรับกล้องดิจิทัลที่บันทึกข้อมูลในหน่วยความจำ ให้ตั้งชื่อจุดให้ตรงกันทั้งสองหน้า และตั้งค่าให้เก็บค่าดิบแยกหน้า ไม่ใช่เก็บเฉพาะค่าเฉลี่ย
สูตรคำนวณ: ทิศทางเฉลี่ยของแต่ละเป้าคือ
H = [HL + (HR ± 180°)] / 2 และ 2C = HL − (HR ± 180°)
มุมราบระหว่างเป้าคือผลต่างของทิศทางเฉลี่ย ส่วนมุมดิ่งใช้สูตร Z = (ZL − ZR + 360°) / 2 และค่า Vertical Index Error เท่ากับ (ZL + ZR − 360°) / 2 ตัวอย่างการบันทึกมุมราบ
| เป้า | หน้าซ้าย (HL) | หน้าขวา (HR) | 2C | ทิศทางเฉลี่ย |
|---|---|---|---|---|
| A | 0°00′00″ | 180°00′10″ | −10″ | 0°00′05″ |
| B | 87°42′30″ | 267°42′38″ | −8″ | 87°42′34″ |
มุม AOB เฉลี่ย = 87°42′34″ − 0°00′05″ = 87°42′29″ ค่า 2C ของสองเป้าใกล้เคียงกัน แสดงว่าการวัดสม่ำเสมอ และบอกว่ากล้องเครื่องนี้มี Collimation Error ราว −4″ ถึง −5″ ซึ่งถูกหักล้างไปแล้วในค่าเฉลี่ย
Tolerance: ค่า 2C ระหว่างเป้าในชุดเดียวกันที่เล็งใกล้แนวราบควรใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับความแม่นยำของกล้อง ถ้าเป้าใดต่างจากเป้าอื่นเกินเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ให้วัดเป้านั้นใหม่ งานที่ต้องการความแม่นยำสูงควรวัดหลายชุดตามแนวทางการทดสอบภาคสนามใน ISO 17123-3 โดยเลื่อนค่าเริ่มต้นของวงกลมราบในแต่ละชุดเป็นช่วงเท่า ๆ กัน เช่น 0° และ 90° สำหรับสองชุด เพื่อกระจายความคลาดเคลื่อนของการแบ่งขีดวงกลม แล้วเฉลี่ยมุมจากทุกชุด มุมจากแต่ละชุดไม่ควรต่างกันเกินเกณฑ์ที่กำหนดก่อนนำมาเฉลี่ย