Bearing กับ Azimuth ต่างกันอย่างไร ใช้กับกล้องวัดมุม Theodolite ให้ถูก

Last updated: 4 พ.ย. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Bearing กับ Azimuth ต่างกันอย่างไร ใช้กับกล้องวัดมุม Theodolite ให้ถูก

ในแบบสำรวจและโฉนดเก่าหลายฉบับ ทิศของแนวเขตเขียนเป็น N 35°20′ E ขณะที่ในโปรแกรมคำนวณและสมุดสนามรุ่นใหม่เขียนเป็น 35°20′ ตรง ๆ ทั้งสองแบบบอกทิศเดียวกันได้ แต่ใช้ระบบต่างกัน คือแบริ่ง (Bearing) กับอะซิมุท (Azimuth) ช่างสำรวจที่ใช้กล้องวัดมุม (Theodolite) ต้องอ่านและแปลงทั้งสองระบบได้คล่อง เพราะความผิดจากการแปลงทิศเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของวงรอบปิดไม่ลงและหมุดที่ปักผิดตำแหน่ง บทความนี้เปรียบเทียบสองระบบทั้งนิยาม สูตรแปลง การใช้กับกล้องวัดมุม ข้อดีข้อจำกัด และข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

1. นิยามของ Bearing และ Azimuth

อะซิมุท (Azimuth): คือมุมราบที่วัดตามเข็มนาฬิกาจากแนวทิศเหนืออ้างอิงไปถึงแนวที่สนใจ มีค่าตั้งแต่ 0° ถึง 360° ในตำราบางเล่มเรียกว่า Whole Circle Bearing ค่าเดียวบอกทิศได้ครบโดยไม่ต้องมีตัวอักษรกำกับ

แบริ่ง (Bearing): ในความหมายแบบจตุภาค (Quadrant Bearing หรือ Reduced Bearing) คือมุมแหลมไม่เกิน 90° ที่วัดจากแนวเหนือหรือใต้ ไปทางตะวันออกหรือตะวันตก จึงต้องเขียนพร้อมตัวอักษรกำกับ เช่น N 35°20′ E หรือ S 48°10′ W

  • ทิศเหนือจริง (True North): อ้างอิงแกนหมุนของโลก
  • ทิศเหนือกริด (Grid North): อ้างอิงแกนเหนือของระบบพิกัดฉาก เช่น UTM ซึ่งต่างจากทิศเหนือจริงด้วยมุมบรรจบเมริเดียน (Convergence)
  • ทิศเหนือแม่เหล็ก (Magnetic North): อ้างอิงเข็มทิศ ต่างจากทิศเหนือจริงด้วยมุมเบี่ยงเบนแม่เหล็ก (Magnetic Declination) ซึ่งเปลี่ยนตามสถานที่และเวลา

ไม่ว่าจะเขียนแบบแบริ่งหรืออะซิมุท ต้องระบุเสมอว่าอ้างอิงทิศเหนือแบบใด เพราะค่าที่อ้างอิงต่างกันนำมาใช้ร่วมกันโดยตรงไม่ได้

2. สูตรแปลงระหว่าง Bearing กับ Azimuth

การแปลงขึ้นกับว่าแนวนั้นอยู่ในจตุภาคใด ให้ β แทนค่าแบริ่ง และ Az แทนค่าอะซิมุท

  • จตุภาค NE: Az = β
  • จตุภาค SE: Az = 180° − β
  • จตุภาค SW: Az = 180° + β
  • จตุภาค NW: Az = 360° − β

ตัวอย่าง S 48°10′ W อยู่ในจตุภาค SW จึงได้ Az = 180° + 48°10′ = 228°10′ ส่วนการแปลงกลับทำได้โดยดูว่าอะซิมุทอยู่ในช่วงใด เช่น Az = 301°40′ อยู่ในช่วง 270°–360° จึงเป็น N 58°20′ W

ทิศกลับ (Back Azimuth) ของแนวเดียวกันคำนวณได้จาก

AzBA = AzAB ± 180°

ถ้าเป็นแบริ่ง ทิศกลับคือค่ามุมเดิมแต่สลับตัวอักษรทั้งคู่ เช่น N 35°20′ E กลับเป็น S 35°20′ W การจำกฎนี้ให้แม่นช่วยลดความผิดในการเดินวงรอบได้มาก

3. การใช้งานกับกล้องวัดมุม Theodolite

กล้องวัดมุมวัดมุมราบระหว่างแนวเล็ง ไม่ได้วัดทิศโดยตรง ทิศของแนวแรกจึงต้องได้จากหมุดหลักฐานที่ทราบพิกัด โดยคำนวณจาก

AzAB = atan2(ΔE, ΔN)

  • ขั้นที่ 1: ตั้งกล้องที่หมุด A เล็งหมุด B ซึ่งเป็นจุดหลัง แล้วตั้งค่าวงกลมราบเป็นค่าอะซิมุท A→B ที่คำนวณได้ วิธีนี้เรียกว่าการวางทิศวงกลมราบ (Orienting the Circle)
  • ขั้นที่ 2: หมุนกล้องไปเล็งจุดใหม่ ค่าที่อ่านได้บนวงกลมราบคืออะซิมุทของแนวนั้นทันที
  • ขั้นที่ 3: ถ้าตั้งค่าจุดหลังเป็น 0°00′00″ ค่าที่อ่านจะเป็นมุมราบ ต้องนำไปบวกกับอะซิมุทจุดหลังเอง

ในการเดินวงรอบ อะซิมุทของแนวถัดไปหาได้จาก Azถัดไป = Azก่อนหน้า + มุมขวา ± 180° แล้วปรับให้อยู่ในช่วง 0°–360° ความละเอียดของกล้องวัดมุมที่ผู้ผลิตระบุมีตั้งแต่ราว 1″ ถึง 20″ งานถ่ายทอดทิศระยะไกลจึงควรเลือกกล้องที่ละเอียดพอ และวัดทั้งหน้าซ้ายหน้าขวาเพื่อตัดความคลาดเคลื่อนเชิงระบบ

4. เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัด

  • การคำนวณ: อะซิมุทใช้กับสูตร ΔE = D × sin Az และ ΔN = D × cos Az ได้ทันที เครื่องหมายบวกลบออกมาถูกเองตามจตุภาค ส่วนแบริ่งต้องกำหนดเครื่องหมายเองตามตัวอักษร จึงผิดง่ายกว่า
  • การสื่อสาร: แบริ่งมองภาพทิศได้ง่าย เช่น N 10° E คือเกือบทิศเหนือ จึงยังพบในโฉนด แผนที่เก่า และเอกสารทางกฎหมาย
  • การใช้กับเครื่องมือ: กล้องวัดมุมและกล้อง Total Station แสดงค่าวงกลมราบเป็น 0°–360° จึงเข้ากับอะซิมุทโดยตรง
  • ความเสี่ยงผิดพลาด: แบริ่งเสี่ยงจดตัวอักษรสลับ เช่น E กับ W ส่วนอะซิมุทเสี่ยงลืมบวกหรือลบ 180° เมื่อคำนวณทิศกลับ

ตัวอย่างเช่น แนว A→B ยาว 120.000 ม. มีอะซิมุท 228°10′ จะได้ ΔE = 120 × sin 228°10′ ≈ −89.41 ม. และ ΔN = 120 × cos 228°10′ ≈ −80.04 ม. เครื่องหมายลบทั้งคู่บอกว่าแนวชี้ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งตรงกับแบริ่ง S 48°10′ W ถ้าคำนวณจากแบริ่ง ต้องใส่เครื่องหมายลบให้ ΔE และ ΔN เองตามตัวอักษร S และ W ขั้นตอนนี้คือจุดที่ผิดบ่อยเมื่อคำนวณด้วยมือ

ในทางปฏิบัติ ทีมสำรวจส่วนใหญ่คำนวณด้วยอะซิมุททั้งหมด แล้วแปลงเป็นแบริ่งเฉพาะตอนจัดทำรายงานหรือแผนที่ที่ต้องเขียนตามรูปแบบเอกสารเดิม

5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและการตรวจสอบ

  • ปนทิศเหนือคนละแบบ: ใช้แบริ่งแม่เหล็กจากแผนที่เก่ามาคำนวณร่วมกับพิกัดกริดโดยไม่แก้มุมเบี่ยงเบน ทำให้แนวทั้งหมดหมุนเป็นมุมเท่ากัน
  • ใช้ arctan ผิดจตุภาค: ฟังก์ชัน arctan(ΔE/ΔN) ให้ค่าได้แค่ ±90° ถ้าไม่ตรวจเครื่องหมายของ ΔE และ ΔN จะได้ทิศผิดไป 180° ควรใช้ atan2 หรือตรวจจตุภาคทุกครั้ง
  • ไม่ตรวจค่าปิดมุม: วงรอบปิดต้องตรวจผลรวมมุมภายใน (n − 2) × 180° ส่วนวงรอบเปิดที่เชื่อมหมุดหลักฐานสองคู่ต้องเทียบอะซิมุทที่คำนวณได้กับค่าที่ทราบ

เกณฑ์ค่าปิดมุมของวงรอบมักกำหนดในรูป K√n วินาที โดย n คือจำนวนสถานี และค่า K ขึ้นกับชั้นงานตามข้อกำหนดของโครงการหรือแนวทางอย่าง FGCS ถ้าค่าปิดเกินเกณฑ์ ควรตรวจการแปลงทิศและการจดค่าก่อนออกไปวัดใหม่

นอกจากนี้ กล้องวัดมุมที่ใช้ถ่ายทอดทิศควรผ่านการตรวจความแม่นยำตามแนวทาง ISO 17123-3 ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบภาคสนามของกล้องวัดมุม เพื่อให้มั่นใจว่าความคลาดเคลื่อนของมุมราบอยู่ในช่วงที่ผู้ผลิตระบุ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้