Line Stake Out ด้วย Total Station: คู่มือ Step-by-Step วางแนวเส้นแม่นยำ

Last updated: 17 พ.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Line Stake Out ด้วยกล้อง Total Station วางแนวเส้น

Line Stake Out คือกระบวนการถ่ายระบบพิกัดของแนวเส้นตรงจากแบบลงสู่พื้นจริงผ่านกล้องประมวลผลรวม (Total Station) โดยอาศัยหมุดควบคุม (Control Point) ที่ถูกต้อง มาตรฐาน FGCS (Federal Geodetic Control Subcommittee) ระบุว่าระบบหมุดควบคุมต้องมีอย่างน้อย Second Order Class II สำหรับงานอาคารขนาดกลาง ส่วนมาตรฐาน USACE EM 1110-1-1005 กำหนดความคลาดเคลื่อนของจุด Stake Out ไม่เกิน ±10 มม. ตามแนวไปตามแนวระบบพิกัดหลัก ขั้นตอนที่ผิดพลาดเพียงขั้นเดียวอาจทำให้งานต้องรื้อมรรจริงและมีผลต่อต้นทุน


  1. การเตรียมข้อมูลก่อนออกภาคสนาม (Office Preparation)

ก่อนออกหน้างาน แยกพิกัดจุดเริ่มต้น (Start Point) และจุดปลาย (End Point) ของแนวเส้นจากแบบ Shop Drawing คำนวณระยะระหว่างจุด (Distance) และมุมอาซิมุธ (Azimuth) ด้วยสูตร D = √((X₂−X₁)² + (Y₂−Y₁)²) และ Az = atan2(ΔE, ΔN) จากนั้นบันทึกลงไฟล์พิกัด .csv หรือไฟล์ ของผู้ผลิต (เช่น .gsi สำหรับ Leica, .sdr สำหรับ Sokkia) เพื่อ Import เข้า Total Station ผ่าน USB หรือ Bluetooth


ค่า Tolerance ของระยะและมุมตามสเปกผู้ผลิต (Leica, Topcon, Sokkia, Nikon, South) อยู่ที่ระยะ ±(1.5-3) มม. + 2 ppm และมุม ±1″ ถึง ±5″ ขึ้นอยู่กับ Class ของกล้อง สมมติระยะ 100 เมตรจะมีความคลาดเคลื่อนรวมประมาณ ±3.2 มม.


ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ตัวเลขพิกัดจาก AutoCAD โดยยังไม่ตรวจสอบระบบอ้างอิง (Coordinate System) เพราะอาจเกิดการสลับระหว่าง Indian 1975, WGS84 หรือ UTM ได้


2. การตั้งกล้องบนหมุดควบคุมและ Backsight


ตั้งกล้องบนหมุดควบคุมหลัก (Occupied Point) ใช้ลูกดิ่งหรือ Optical/Laser Plummet จัดตำแหน่งให้ตรงหมุด ชดเชยระดับจนฟองอากาศเข้าตรงกึ่งกลางของ Bull's Eye Level ตามด้วย Electronic Bubble จนได้ค่า < 10″ ตามมาตรฐาน ISO 17123-3 สำหรับ Theodolite/Total Station จากนั้นตั้งหมุดอ้างอิง (Backsight) ไปยังหมุดควบคุมอีกจุดหนึ่ง อ่านพิกัดและตรวจสอบระยะของหมุด Backsight กับค่า Inverse ที่คำนวณไว้ ความต่างต้องไม่เกิน 1:10,000 หรือประมาณ 5 มม. ต่อ 50 เมตร สำหรับงานอาคาร


ข้อควรระวัง: หมุด Backsight ควรอยู่ห่างมากกว่า 30 เมตร เพราะระยะหมุดใกล้จะขยายความคลาดเคลื่อนเชิงมุมไปยังจุด Stake Out มากขึ้น


3. เข้าโหมด Stake Out และเลือกฟังก์ชั่น Line Stake Out


เข้าเมนู Stake Out และเลือก Line / Reference Line / Road Stakeout ตามยี่ห้อกล้อง จากนั้นระบุหมุดต้น (Start Point) และปลาย (End Point) ของแนวเส้น ระบบจะแสดงค่าสองค่าสำคัญ ได้แก่ Offset ตั้งฉากจากแนว (Right/Left) และ Chainage ระยะตามแนวจากจุดต้น ช่างสำรวจเล็งปริซึมไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หมุนกล้องตามค่า Offset = 0 จนผู้ถือปริซึมชี้ที่จุดที่ถูกต้อง


ข้อควรระวัง: ห้ามสลับลำดับ Start/End Point เพราะแบริงของมุม Azimuth จะตรงข้ามไป 180° ส่งผลให้ติดตั้งข้างแนวเส้น


4. การตอกหมุดและตรวจสอบซ้ำ


เมื่อ Offset ลดลงเข้าสู่ช่วง ±3 มม. ตอกหมุดไม้ ตะปูเหล็ก หรือ Steel Pin ลงบนพื้น ติดสีหรือ Spray ระบุชื่อจุด จากนั้นตรวจสอบซ้ำด้วย Two-Face Measurement ระยะจริงต้องตรงกับตัวเลขลดิซไซน์ หากเกินค่า Tolerance ไห้ปรับตำแหน่งหมุดใหม่ สูตรตรวจสอบไลน์คือ Δ = √(ΔOffset² + ΔChainage²) ต้อง ≤ ±5 มม. สำหรับงานสถาปัตยกรรม และ ±10 มม. สำหรับงานงานถนนตาม USACE EM 1110-1-1005


ข้อควรระวัง: ห้ามจบงานโดยไม่ตรวจสอบซ้ำ เพราะหากตัวปริซึมเอียง จะทำให้จุด Stake Out ผิดอย่างมีนัยสำคัญ ระยะ 100 เมตรที่เอียง 2° ทำให้ผิด 60 มม.


5. การบันทึกและส่งมอบงาน


บันทึกหมุดที่ตอกจริงลงใน Job File พร้อมถ่ายรูปประกอบ ขยายจากฟิลด์สู่รายงานได้ทันที จัดทำตาราง Stake Out Report ระบุ Design Coordinate, Actual Coordinate, ค่า ΔE, ΔN, ΔZ และลงนามผู้ตรวจรับจากผู้ควบคุมงานก่อสร้าง การมี Traceability ของหลักฐาน Stake Out ตามแนวทางของ FIG ช่วยยืนยันคุณภาพงานก่อสร้างได้อย่างมีระบบ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้