Last updated: 21 พ.ค. 2569 | 1 จำนวนผู้เข้าชม |
โครงการสะพานข้ามคลองในจังหวัดปทุมธานี ความยาวรวม 240 เมตร 8 ตอม่อ (Pier) ขนาด 1.2 × 1.5 ม. รับ Box Girder Concrete หนัก 35 ตัน/segment เป็นโจทย์ที่ค่าระดับของ Pier และ Bearing Pad ต้องอยู่ใน tolerance ±3 มม. ตามมาตรฐาน AASHTO และ Class II Leveling ของ FGCS เนื่องจากการเบี่ยงระดับ Bearing Pad เกิน 5 มม. จะส่งผลต่อการกระจายแรงและทำให้สะพานเกิด stress concentration บทความนี้แชร์ขั้นตอนและบทเรียนจากงานจริงที่ส่งมอบเสร็จในเวลา 6 เดือน โดยใช้ Auto Level ความแม่นยำ 1.0 มม./km Double-Run เป็นเครื่องมือหลัก
1) วางแผน Bench Mark และเส้นทางระดับ (Network Design)
ทฤษฎี: ระบบ Bench Mark ของโครงการต้องมีอย่างน้อย 3 จุดบนพื้นที่แข็ง เช่น ฐาน Abutment หรือเสาเข็มหลัก แล้วผูกระดับเข้ากับหมุดควบคุมระดับของกรมที่ดิน/RTSD ใช้สูตรประเมินความคลาดเคลื่อนสะสม: σ = c × √K โดย c คือค่าความแม่นยำต่อ km (1.0 มม. สำหรับ Class II), K คือระยะรวมเป็น km
Procedure: ใช้ Differential Leveling แบบ Closed Loop จาก BM1 → BM2 → BM3 → กลับ BM1 ระยะ Backsight = Foresight ภายใน ±5 ม. และไม่เกิน 50 ม./ครั้ง
Tolerance: Misclosure ≤ 4√K มม. ตาม ISO 17123-2 สำหรับ Class II Leveling
ข้อควรระวัง: หมุด BM ใกล้คลองเสี่ยง settlement สูง ต้องตรวจซ้ำทุก 30 วัน
2) ถ่ายระดับ Pier Cap และ Bearing Pad
ทฤษฎี: ระดับ top ของ Pier Cap จะกำหนดระดับ Bearing Pad โดย Bearing Pad ต้องวางบน Mortar Bed หนา 10-20 มม. ระดับสำคัญคือ top ของ Mortar Bed ซึ่งจะเป็นจุดวาง Box Girder
Procedure: ตั้ง Auto Level ห่าง Pier ประมาณ 15-25 ม. (สมดุล Backsight-Foresight) อ่านค่าสต๊าฟ 3 ตำแหน่ง บนหัว Pier เพื่อตรวจสอบ planarity จากนั้นยิงระดับ Bearing Pad ทั้ง 4 มุม คำนวณค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
Tolerance: ค่าระดับ Bearing Pad ภายในตัวเดียวเทียบกัน ±3 มม., ระหว่าง Pier ติดกัน ±5 มม.
ข้อควรระวัง: ในช่วงเที่ยงวันคลื่นความร้อนจากผิวคอนกรีตทำให้ refraction มีผลต่อ reading ควรเลี่ยงเวลา 11.00-14.00 น.
3) Settlement Monitoring ระหว่างก่อสร้าง
ทฤษฎี: ขณะติดตั้ง Box Girder ทีละ segment น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ Pier อาจเกิด settlement โดยเฉพาะตอม่อกลางที่อยู่บนชั้นดินอ่อน USACE EM 1110-1-1004 แนะนำให้ติดตามด้วย Precise Leveling อย่างน้อยทุก 2 segment
Procedure: ติด settlement marker บนหัว Pier (sphere เล็ก ๆ หรือ rivet) แล้ววัดระดับเทียบ BM ก่อน-หลังติดตั้ง Box Girder บันทึก epoch เป็น delta-Z พล็อตกราฟ time-settlement
Tolerance: Differential settlement ระหว่าง Pier ติดกัน ≤ L/1000 (L = ระยะระหว่าง Pier) สำหรับ Box Girder
ข้อควรระวัง: ใช้ไม้สต๊าฟอลูมิเนียมรุ่น calibrated barcode/E-pattern หากใช้ไม้ปลายชำรุดจะเพิ่ม systematic error
4) คำนวณ Misclosure และการกระจาย (Adjustment)
ทฤษฎี: หลังปิดวง closed loop ใช้ Compass Rule กระจาย misclosure ตามสัดส่วนระยะ: e_i = -E × (d_i / ΣD) โดย E คือ closure error รวม, d_i คือระยะของช่วง
Procedure: รวบรวม BS, FS ของทุก station สร้างตาราง elevation difference (Δh = BS - FS) ตรวจสอบ ΣΔh ของ closed loop ควรเป็น 0 ถ้าไม่ใช่ คือ misclosure ที่ต้อง adjustment
Tolerance: บรรทัดวง 200 ม. โดยรอบ Class II misclosure ที่ยอมได้คือ 4√0.2 ≈ 1.8 มม.
ข้อควรระวัง: ห้ามปรับเฉพาะจุดที่ใจ "อยากแก้" ต้องกระจายตามหลักการเพื่อรักษา integrity ทางสถิติ
5) ตรวจ As-Built และส่งงาน
ทฤษฎี: As-Built Survey ต้องอ้างอิงระบบเดียวกับงาน stake out ใช้ ISO/IEC 17025 เป็นกรอบควบคุมคุณภาพการวัด
Procedure: ยิงระดับ Bearing Pad ทุกตัว, top of Box Girder ทุก segment สร้างรายงาน As-Staked vs As-Built ส่งให้ผู้ควบคุมงาน พร้อมแนบใบสอบเทียบ Auto Level
Tolerance: ค่าแตกต่างจาก design ±5 มม. สำหรับ Bearing Pad, ±10 มม. สำหรับ road surface บนสะพาน
ข้อควรระวัง: ก่อนยิง As-Built ทุกครั้งต้องทำ Two-Peg Test เพื่อยืนยัน collimation error ของ Auto Level ไม่เกิน ±5″/100 ม.