Cross-Section Leveling ในงานถนน: กรณีศึกษาตัดขวางทุก 25 เมตร

Last updated: 22 พ.ค. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Cross-Section Leveling ในงานถนน: กรณีศึกษาตัดขวางทุก 25 เมตร

โครงการก่อสร้างถนนสายรอง ขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทาง 800 เมตร ต้องเก็บข้อมูล Cross-Section Leveling สำหรับงานออกแบบและปริมาณงานดิน (Earthwork Quantity) กรณีศึกษานี้ใช้ Auto Level ระดับ 28× ร่วมกับไม้สต๊าฟอลูมิเนียม 5 เมตร โดยอ้างอิงเกณฑ์งานก่อสร้างทั่วไปตาม USACE EM 1110-1-1005 และวิธีตรวจสอบเครื่องตาม ISO 17123-2

1. สภาพหน้างานและการวางแผน (Project Brief)

บริบทงาน: ถนนผ่านพื้นที่ราบลุ่ม Slope ≤ 2% ตัด Cross-Section ทุก 25 เมตร รวม 33 จุด + จุดเปลี่ยนทิศ 4 จุด = 37 หน้าตัด ความกว้างหน้าตัดละ 12 เมตร (ซ้าย 6 ม., ขวา 6 ม. จากแนว Centerline)

Procedure: ทีมแบ่งเป็น 3 คน — ผู้ส่องกล้อง 1 คน, ผู้ถือสต๊าฟ 2 คน เคลื่อนซ้าย-ขวา แต่ละจุดเก็บ 5 ค่า: Centerline, +1.5, +3, +4.5, +6 เมตรทั้งสองข้าง

ข้อควรระวัง: ต้องวาง Benchmark ชั่วคราว (TBM) ทุก 200 เมตรเพื่อจำกัดการสะสมของ Misclosure

2. ตรวจสอบกล้องก่อนเริ่มงาน (Two-Peg Test)

ทฤษฎี: Two-Peg Test ตรวจหา Collimation Error (e) ของแนวเล็งกล้อง Auto Level ตามมาตรฐาน ISO 17123-2 สมการ: e = (a1 − b1) − (a2 − b2) เมื่อระยะ A-B = ระยะ B-A

Tolerance: สำหรับงานก่อสร้างทั่วไปยอมรับ e ≤ ±2 mm ที่ระยะ 30 m หาก e เกินต้องปรับ Reticle หรือส่งสอบเทียบ

Procedure: ตั้งกล้องกึ่งกลางระหว่างหมุด A-B ห่างกัน 30 ม. อ่านค่า แล้วย้ายกล้องไปใกล้หมุด B (3 ม.) อ่านค่าซ้ำ คำนวณ e

ผลที่ได้: e = +1.2 mm ผ่านเกณฑ์ ใช้งานได้โดยไม่ต้องปรับ

3. การเก็บข้อมูลภาคสนาม (Field Procedure)

Procedure: ใช้วิธี Differential Leveling — ตั้งกล้องระหว่างจุด BS (Backsight) และ FS (Foresight) ระยะเท่ากันไม่เกิน 60 เมตรเพื่อหักล้างผลของ Curvature & Refraction

สมการพื้นฐาน: HI = H_BM + BS และ H_จุด = HI − Reading

สำหรับ Intermediate Sight (IS) บนหน้าตัดเดียวกัน ใช้สมการ H_IS = HI − Reading_IS

Tolerance: ค่า Misclosure ของ Loop ทั้งโครงการต้องไม่เกิน 12√K mm เมื่อ K = ระยะรวมเป็นกิโลเมตร อ้างอิงเกณฑ์ Class 3 ของ FGCS (ในกรณีนี้ K ≈ 1.6 km → เกณฑ์ ≈ 15 mm)

ผลที่ได้: Loop ปิดที่ Misclosure = 9 mm ผ่านเกณฑ์ Class 3

4. ปัญหาในไซต์และวิธีแก้ (Lessons Learned)

ปัญหา 1 — ลมแรงช่วงบ่าย: ไม้สต๊าฟ 5 ม. ขยับ ทำให้ค่าอ่านสั่น แก้โดยใช้ Bubble Level บนสต๊าฟและให้ผู้ถือยืดสายฝึก (Stay Rod) ก่อนอ่านค่า

ปัญหา 2 — แดดจัดส่องเลนส์: ใช้ Lens Hood ติดที่ Objective Lens และร่มกันแดดบังหัวกล้อง ลดผลของ Heat Shimmer

ปัญหา 3 — พื้นนิ่มหลังฝน: ขาตั้งกล้อง (Tripod) ทรุด แก้โดยใช้แผ่นไม้รองขาและตรวจ Circular Bubble ทุกครั้งก่อนอ่านค่า

ปัญหา 4 — Parallax: ปรับ Eyepiece ให้เห็น Cross-Hair คมก่อนเล็งเป้า ตรวจซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้ส่อง

5. การประมวลผลและตรวจคุณภาพ (QC)

ทฤษฎี: Standard Deviation per Double-Run ตามสูตร σ = √(Σd²/(4n)) เมื่อ d = ผลต่างระหว่างไป-กลับของแต่ละช่วง, n = จำนวนช่วง สำหรับงาน Class 3 ยอมรับ σ ≤ 6 mm/km

Procedure: นำข้อมูลภาคสนามคำนวณใน Spreadsheet จัดทำ Cross-Section Profile และคำนวณปริมาณดินด้วยวิธี Average End Area

ผลที่ได้: σ = 3.8 mm/km — อยู่ในเกณฑ์ Class 3 และเพียงพอสำหรับการคำนวณปริมาณงานดินที่ความคลาดเคลื่อน < 2%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้