วิธีเช็กอุณหภูมิและความกดอากาศ เพื่อแก้ค่า PPM ในกล้อง Total Station
ค่า PPM (Parts Per Million) ในงานสำรวจ คือค่าปรับแก้ระยะทางเนื่องจากสภาพบรรยากาศ เนื่องจากความร้อนและความหนาแน่นของอากาศในแต่ละวันจะส่งผลต่อความเร็วของลำแสงเลเซอร์ หากไม่ตั้งค่าให้ถูกต้อง ระยะทางที่ยิงได้จะคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในงานที่ต้องยิงระยะไกล
1. วิธีเช็กค่าอุณหภูมิและความกดอากาศหน้างาน
- แอปพลิเคชันสภาพอากาศในมือถือ (ง่ายที่สุด) : เปิดแอปเพื่อดูอุณหภูมิปัจจุบัน (°C) และค่าความกดอากาศ ณ พิกัดหน้างาน โดยส่วนใหญ่จะแสดงหน่วยเป็น hPa (เฮกโตปาสกาล) หรือ mmHg (มิลลิเมตรปรอท)
- นาฬิกาสมาร์ตวอทช์สาย Outdoor : อ่านค่าจากเซนเซอร์วัดความกดอากาศ (Barometer) และอุณหภูมิในตัวนาฬิกาได้ทันที
- เครื่องวัดสภาพอากาศพกพา (แม่นยำที่สุด) : ใช้เครื่องวัด (เช่น Kestrel) ห้อยไว้ที่ขาตั้งกล้องเพื่ออ่านค่าจริงหน้างาน ณ เวลานั้น
2. ขั้นตอนการป้อนค่าในกล้อง Total Station
เมื่อได้ค่ามาแล้ว ให้ป้อนเข้ากล้องผ่านเมนู EDM Setting Atmospheric ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบตามรุ่นของกล้อง:
- กล้องรุ่นใหม่ (คำนวณอัตโนมัติ) : ป้อนค่า Temp (อุณหภูมิ) และ Pres (ความกดอากาศ) ลงไปตรงๆ สมองกลของตัวกล้องจะคำนวณและเปลี่ยนค่า PPM ให้โดยอัตโนมัติ
- กล้องรุ่นเก่า (ป้อนเอง) : ช่างสำรวจต้องเปิดดู "กราฟแก้ค่าบรรยากาศ" (Atmospheric Correction Chart) ในคู่มือ โดยลากเส้นตัดระหว่างอุณหภูมิและความกดอากาศเพื่อหาค่า PPM (เช่น +15 หรือ -5) แล้วนำตัวเลขนั้นมาพิมพ์กรอกในช่อง PPM ของกล้อง
2 ข้อควรระวังเพื่อความแม่นยำสูง
- เช็กหน่วยความกดอากาศให้ดี : ตรวจสอบว่ากล้องตั้งหน่วยไว้เป็น hPa หรือ mmHg (ค่ามาตรฐานระดับน้ำทะเลจะอยู่ที่ประมาณ 1013.25 hPa หรือ 760 mmHg หากกรอกสลับหน่วย ค่าระยะจะเพี้ยนทันที
- อัปเดตค่าอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน : สภาพอากาศตอนเช้าและตอนบ่ายมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ส่งผลให้ค่า PPM เปลี่ยนแปลง จึงควรปรับเปลี่ยนค่าในกล้องอย่างน้อย 2 รอบ (เช้าเริ่มงาน และบ่ายหลังพักเที่ยง) เพื่อควบคุมความละเอียดในระดับมิลลิเมตร