วาง Grid Line ฐานราก ด้วย Total Station ทำตามได้ใน 6 ขั้นตอน

Last updated: 6 มิ.ย. 2569  |  33 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วาง Grid Line ฐานราก ด้วย Total Station ทำตามได้ใน 6 ขั้นตอน

การวางผังเส้น Grid Line (กริดไลน์) คือการกำหนดแนวอ้างอิงทั้งแนวขวาง (เช่น A, B, C) และแนวยาว (เช่น 1, 2, 3) เพื่อใช้ระบุตำแหน่งเสาเข็ม ฐานราก และแนวผนังของอาคารให้ตรงตามแบบก่อสร้าง การใช้กล้องประมวลผลรวม (Total Station) ในการถ่ายค่าพิกัดกริดลงบนพื้นที่จริง ช่วยลดความคลาดเคลื่อนสะสมเมื่อเทียบกับการขึงเชือกและวัดด้วยตลับเมตรแบบเดิม โดยเฉพาะในงานบ้านที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือพื้นที่ลาดเอียง บทความนี้อธิบายขั้นตอนการทำงานแบบลำดับชัดเจน ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลจนถึงการตรวจสอบความถูกต้องหน้างาน

  1. เตรียมข้อมูลพิกัดกริดและหมุดควบคุม (Control Point)
  2. เริ่มจากการดึงค่าพิกัด (Coordinate) ของจุดตัดกริดทุกจุดจากแบบก่อสร้างหรือไฟล์ CAD แล้วจัดทำเป็นตารางพิกัด N, E (Northing, Easting) ก่อนออกหน้างาน ควรมีหมุดควบคุมอย่างน้อย 2 จุดที่ทราบค่าพิกัดแน่นอนสำหรับตั้งกล้องและเล็งหลัง (Backsight) ระยะระหว่างหมุดควบคุมไม่ควรสั้นเกินไป เพราะมุมที่คลาดเคลื่อนเล็กน้อยจะขยายผลเป็นระยะที่ปลายกริด ความสัมพันธ์พื้นฐานคือ d = D × tanθ เมื่อ D คือระยะจากกล้องถึงจุดกริด และ θ คือมุมที่ผิดพลาด ดังนั้นหมุดหลังที่อยู่ใกล้จะทำให้ค่า θ ที่ตั้งต้นมีความไม่แน่นอนสูง ข้อควรระวังคือต้องตรวจสอบว่าระบบพิกัดในกล้องตรงกับระบบในแบบ ก่อนเริ่มถ่ายค่า
  3. 2. ตั้งกล้องและกำหนดสถานี (Station Setup)
  4. ตั้ง Total Station เหนือหมุดควบคุมด้วยการตั้งศูนย์ (Centering) และปรับระดับฟองกลมและฟองยาวให้ได้ระดับ จากนั้นป้อนค่าพิกัดสถานีและความสูงกล้อง แล้วเล็งหลังไปยังหมุดควบคุมอีกจุดเพื่อกำหนดทิศอ้างอิง (Orientation) วิธีที่แม่นยำกว่าเมื่อหมุดควบคุมถูกบดบังคือการตั้งกล้องแบบอิสระ (Free Station / Resection) โดยเล็งไปยังหมุดที่ทราบค่าหลายจุดแล้วให้กล้องคำนวณตำแหน่งสถานีเอง ตามแนวทางการควบคุมงานวัดของ FIG ควรตรวจสอบค่าคลาดเคลื่อนของการตั้งสถานี (Setup residual) ให้อยู่ในเกณฑ์ก่อนเริ่มงานจริง ข้อควรระวังคือพื้นนิ่มหรือทรายอาจทำให้ขากล้องทรุดระหว่างทำงาน ควรใช้แผ่นรองขาหรือหมุดตอกยึด
  5. 3. ถ่ายค่าและสตั๊กเอาท์จุดกริด (Stake Out)
  6. เข้าสู่โหมด Stake Out แล้วเรียกพิกัดจุดกริดทีละจุด กล้องจะแสดงทิศทางและระยะที่ต้องเดินเป้า (Prism) ไปยังตำแหน่งเป้าหมาย เมื่อค่าคลาดเคลื่อนทั้งแนวขวางและแนวยาวเข้าใกล้ศูนย์ จึงตอกหมุดหรือทำเครื่องหมาย ควรเลือกค่าคงที่ปริซึม (Prism Constant) ให้ตรงกับชนิดเป้าที่ใช้ เพราะหากตั้งผิดจะทำให้ระยะคลาดเคลื่อนคงที่ทุกจุด ค่าคงที่ปริซึมของผู้ผลิตหลักโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 0 ถึง -30 มิลลิเมตร แตกต่างกันตามรุ่นและยี่ห้อ ข้อควรระวังคือไม้เล็งต้องตั้งดิ่งด้วยฟองในไม้ทุกครั้ง เพราะการเอียงเป้าเพียงเล็กน้อยที่ปลายไม้สูงจะทำให้ตำแหน่งหมุดเคลื่อน
  7. 4. ตรวจสอบความตั้งฉากและระยะกริด (Squareness Check)
  8. หลังวางจุดครบ ต้องตรวจสอบว่ากริดได้ฉาก 90 องศา และระยะช่วงเสาตรงตามแบบ วิธีคลาสสิกคือกฎสามเหลี่ยม 3-4-5 หรือคำนวณเส้นทแยงมุม โดยถ้าด้านกว้างเท่ากับ a และด้านยาวเท่ากับ b เส้นทแยงต้องเท่ากับ √(a² + b²) หากเส้นทแยงสองเส้นของสี่เหลี่ยมเท่ากัน แสดงว่ารูปได้ฉาก การใช้ Total Station วัดระยะตรงระหว่างหมุดช่วยยืนยันได้เร็วกว่าการลากเชือก ข้อควรระวังคือควรตรวจซ้ำอย่างน้อยหนึ่งรอบในเวลาที่อุณหภูมิต่างกัน เพราะการขยายตัวของวัสดุอ้างอิงมีผลต่อระยะ
  9. 5. เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนและการบันทึกผล (Tolerance & Record)
  10. งานวางผังอาคารทั่วไปมักกำหนดความคลาดเคลื่อนเชิงตำแหน่งของหมุดกริดในระดับไม่กี่มิลลิเมตรต่อช่วงเสา ขึ้นกับข้อกำหนดของโครงการ การประเมินคุณภาพการวัดระยะของ EDM ควรอ้างอิงแนวทางการทดสอบตามมาตรฐาน ISO 17123-4 ซึ่งกำหนดวิธีตรวจสอบความถูกต้องของระยะที่กล้องวัดได้ ควรบันทึกค่าพิกัดที่สตั๊กเอาท์จริงเทียบกับค่าออกแบบไว้เป็นหลักฐาน (As-Staked) เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ ข้อควรระวังคือควรสำรองข้อมูลในกล้องและถ่ายโอนออกทันทีหลังจบงาน เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้