ขั้นตอนถ่ายระดับงานก่อสร้างด้วยกล้องระดับ ทำตามได้ใน 6 ขั้นตอน

Last updated: 8 มิ.ย. 2569  |  33 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขั้นตอนถ่ายระดับงานก่อสร้างด้วยกล้องระดับ ทำตามได้ใน 6 ขั้นตอน

การถ่ายระดับ (Leveling) ที่แม่นยำคือพื้นฐานของงานก่อสร้างบ้านที่ได้ดิ่งได้ระดับ การใช้กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level) อย่างเป็นระบบช่วยให้ผู้รับเหมาควบคุมระดับฐานราก พื้น และคานได้ตามแบบ ขั้นตอนต่อไปนี้เรียงลำดับการทำงานจริงในไซต์ตั้งแต่ตั้งกล้องจนถึงการตรวจสอบค

 

  1. ตั้งกล้องและปรับระดับฟองกลม (Setup & Leveling)
  2. ตั้งขาตั้งกล้อง (Tripod) ให้มั่นคงบนพื้นแข็ง กางขาให้กว้างพอเหมาะ แล้วยึดกล้องระดับเข้ากับฐาน จากนั้นปรับฟองกลม (Circular Bubble) ให้เข้ากึ่งกลางด้วยสกรูปรับระดับสามตัว สำหรับกล้องระดับอัตโนมัติ ตัวชดเชยอัตโนมัติ (Compensator) จะปรับแนวเล็งให้ราบเองภายในช่วงการทำงานของผู้ผลิตหลัก ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ ±15 ลิปดา (arc-minute) ข้อควรระวัง: หากตั้งกล้องเอียงเกินช่วงชดเชย ค่าที่อ่านจะผิดโดยไม่มีสัญญาณเตือน จึงต้องปรับฟองกลมให้เข้าศูนย์ก่อนทุกครั้ง
  3. 2. ตรวจสอบ Compensator และพารัลแลกซ์ (Pre-check)
  4. ก่อนถ่ายระดับ ควรเคาะกล้องเบา ๆ เพื่อทดสอบว่า Compensator แกว่งกลับเข้าตำแหน่งอย่างอิสระ จากนั้นปรับโฟกัสภาพและสายใยกากบาท (Reticle) ให้คมชัดเพื่อขจัดพารัลแลกซ์ (Parallax) ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนจากการที่ภาพไม้สต๊าฟกับสายใยไม่อยู่ระนาบเดียวกัน ข้อควรระวัง: พารัลแลกซ์เพียงเล็กน้อยทำให้อ่านค่าผิดเมื่อขยับตำแหน่งตา จึงต้องปรับให้สายใยนิ่งสนิทเทียบกับภาพไม้สต๊าฟ
  5. 3. อ่านค่าไม้สต๊าฟอย่างถูกวิธี (Staff Reading)
  6. ตั้งไม้สต๊าฟ (Staff) ให้ดิ่งโดยใช้ฟองระดับที่ติดมากับไม้ แล้วอ่านค่าสายใยกลางที่จุด Backsight (BS) บนหมุดอ้างอิงที่ทราบค่าระดับ จากนั้นย้ายไม้ไปยังจุดที่ต้องการหาค่าระดับเป็น Foresight (FS) ความสัมพันธ์พื้นฐานในการคำนวณคือ:
  7. HI = BM + BS  และ  RL = HI − FS
  8. โดย HI คือระดับแนวเล็งของกล้อง (Height of Instrument), BM คือค่าระดับหมุดอ้างอิง และ RL คือค่าระดับจุดที่ต้องการ ข้อควรระวัง: ควรรักษาระยะ Backsight และ Foresight ให้สมดุล (Balanced) เพื่อลดผลของความโค้งโลกและการหักเหของแสง
  9. 4. ถ่ายค่าระดับไปยังจุดก่อสร้าง (Stake Out Level)
  10. เมื่อทราบค่า HI แล้ว การวางระดับงานทำได้โดยคำนวณค่าอ่านไม้สต๊าฟเป้าหมาย (Required Staff Reading = HI − ระดับที่ออกแบบ) แล้วเลื่อนไม้ขึ้นลงจนได้ค่าที่คำนวณไว้ จุดปลายไม้คือระดับที่ต้องการ ใช้เทคนิคนี้กับการวางระดับคานคอดิน ระดับพื้น และระดับท็อปฐานราก ข้อควรระวัง: ตรวจสอบว่าหมุดอ้างอิง (BM) ไม่ขยับระหว่างงาน หากสงสัยให้ถ่ายระดับกลับไปยืนยันที่หมุดเดิม
  11. 5. ตรวจสอบความคลาดเคลื่อนบรรจบ (Closure Check)
  12. สำหรับงานวงรอบระดับ (Level Loop) ควรถ่ายระดับกลับมาบรรจบที่หมุดเริ่มต้นเพื่อตรวจค่าความคลาดเคลื่อนบรรจบ (Misclosure) เกณฑ์ทั่วไปสำหรับงานก่อสร้างอ้างอิงตามแนวทาง USACE EM 1110-1-1005 มักกำหนดค่ายอมรับในรูป C = k√K เมื่อ K คือระยะทางรวมเป็นกิโลเมตรและ k คือค่าคงที่ตามชั้นงาน ข้อควรระวัง: หากค่าบรรจบเกินเกณฑ์ ต้องตรวจหาจุดผิดพลาดและถ่ายระดับซ้ำ ห้ามเฉลี่ยกลบค่าที่ผิดปกติ
  13. 6. บันทึกข้อมูลสนามและจัดเก็บกล้อง (Booking & Storage)
  14. จดบันทึกค่า BS, FS, HI และ RL ลงในสมุดสนาม (Field Book) อย่างเป็นระบบ พร้อมระบุวันเวลาและหมุดอ้างอิง เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ เมื่อเสร็จงานให้ล็อกระบบขนย้ายและเก็บกล้องในกล่องกันกระแทก ข้อควรระวัง: การกระแทกระหว่างขนย้ายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ Compensator คลาดเคลื่อน ควรตรวจสอบด้วย Two-Peg Test เป็นระยะ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้