หลักการ EDM: ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำการวัดระยะ Total Station

Last updated: 11 มิ.ย. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หลักการ EDM: ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำการวัดระยะ Total Station

เครื่องวัดระยะทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Distance Measurement: EDM) ที่ติดตั้งในกล้องประมวลผลรวม (Total Station) ทำงานโดยส่งคลื่นแสงอินฟราเรดหรือเลเซอร์ไปยังเป้าสะท้อน แล้ววัดระยะจากการเลื่อนเฟส (Phase-Shift) หรือเวลาเดินทางของพัลส์ (Pulse) ผู้ผลิตหลักระบุความแม่นยำการวัดระยะแบบใช้ปริซึมไว้ในช่วงประมาณ ±(1-2 มม. + 1.5-2 ppm × ระยะทาง) แต่ค่าจริงที่อ่านได้จะแม่นยำตามนี้ก็ต่อเมื่อช่างสำรวจเข้าใจและควบคุมปัจจัยที่ส่งผลต่อการวัด บทความนี้อธิบายปัจจัยหลักทั้งเชิงสภาพแวดล้อมและเชิงเครื่องมือ พร้อมหลักการแก้ไข

1. ค่าคงที่ของบรรยากาศ (Atmospheric Correction)

ความเร็วแสงที่เดินทางผ่านอากาศเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิ ความดัน และความชื้น ทำให้ระยะที่วัดได้คลาดเคลื่อนหากไม่ใส่ค่าแก้ ค่าแก้นี้เรียกว่า ppm (Parts Per Million) ซึ่งคำนวณจากสมการโดยประมาณ ppm = 273.8 − (0.2900 × P) / (1 + 0.00366 × t) เมื่อ P คือความดันบรรยากาศ (hPa) และ t คืออุณหภูมิ (°C) โดยทั่วไปอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปทุก 1°C ส่งผลต่อระยะประมาณ 1 ppm หรือ 1 มิลลิเมตรต่อระยะ 1 กิโลเมตร ข้อควรระวังคือต้องวัดอุณหภูมิและความดัน ณ จุดทำงานจริง ไม่ใช่อ้างอิงค่าพยากรณ์อากาศ และต้องตั้งค่า ppm ในกล้องก่อนเริ่มวัดทุกครั้ง

2. ค่าคงที่ปริซึม (Prism Constant)

ปริซึม (Prism) แต่ละยี่ห้อมีระยะหักเหแสงภายในต่างกัน ทำให้เกิดค่าชดเชยที่เรียกว่า Prism Constant ซึ่งมักอยู่ในช่วง 0 ถึง −30 มิลลิเมตร หากตั้งค่าผิดยี่ห้อ ระยะที่วัดได้จะคลาดเคลื่อนคงที่ตามส่วนต่างของค่าคงที่ เช่น ใช้ปริซึมค่า −30 มม. แต่ตั้งกล้องเป็น 0 มม. ทุกระยะจะคลาดเคลื่อนไป 30 มิลลิเมตร ข้อควรระวังคือต้องจับคู่ค่าคงที่ปริซึมในกล้องให้ตรงกับปริซึมที่ใช้จริง และเมื่อสลับใช้ปริซึมต่างชุดต้องเปลี่ยนค่าตามทุกครั้ง

3. การวัดแบบไร้เป้าสะท้อน (Reflectorless)

โหมด Reflectorless วัดระยะโดยสะท้อนจากพื้นผิววัตถุโดยตรง ความแม่นยำและระยะสูงสุดขึ้นอยู่กับสีและความมันวาวของพื้นผิว ผู้ผลิตมักระบุระยะ Reflectorless ไว้ในช่วงประมาณ 500 ถึง 1,000 เมตรกับพื้นผิวสีอ่อน แต่ลดลงมากกับพื้นผิวสีเข้มหรือสะท้อนแสง ข้อควรระวังคือการยิงผ่านขอบวัตถุ กระจก หรือผิวน้ำ อาจทำให้สัญญาณสะท้อนจากจุดที่ไม่ต้องการ ส่งผลให้ระยะผิดพลาดโดยที่หน้าจอยังแสดงค่าปกติ

4. ปัจจัยเชิงเรขาคณิตและความโค้งโลก

เมื่อวัดระยะไกล ความโค้งของโลก (Curvature) และการหักเหของแสง (Refraction) เริ่มมีผลต่อค่าระดับที่คำนวณจากระยะเอียง โดยทั่วไปกล้องสมัยใหม่มีฟังก์ชันแก้ค่า Curvature and Refraction ในตัว ซึ่งใช้ค่าสัมประสิทธิ์การหักเหประมาณ 0.13 ถึง 0.14 ข้อควรระวังคือควรเปิดฟังก์ชันนี้สำหรับงานระยะไกล และหลีกเลี่ยงการเล็งผ่านชั้นอากาศใกล้พื้นที่ร้อนจัด ซึ่งทำให้ภาพสั่นไหวและค่าหักเหไม่คงที่

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้