เลือกซื้อกล้องวัดมุมสำหรับ "งานทำผังอาคารและบ้านพักอาศัย"

Last updated: 29 มิ.ย. 2569  |  17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เลือกซื้อกล้องวัดมุมสำหรับ "งานทำผังอาคารและบ้านพักอาศัย"

เลือกซื้อกล้องวัดมุมสำหรับ "งานทำผังอาคารและบ้านพักอาศัย"

     งานวางผังบ้านและอาคารทั่วไป มักมีระยะส่องเล็งสั้นอยู่ในช่วง 10–50 เมตร ไม่เกิน 100 เมตร การเลือกซื้อกล้องวัดมุม (Theodolite) มาใช้งานจึงไม่จำเป็นต้องเลือกสเปกที่สูงเกินไป แต่ควรเน้นฟังก์ชันที่ช่วยให้งานจบไวและคุ้มค่าที่สุด โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้:

1. ค่าความแม่นยำ (Accuracy) ที่เหมาะสม

  • สเปกที่แนะนำ : ความละเอียด 5 ฟิลิปดา (5'') หรือ 9 ฟิลิปดา (9'') ก็เพียงพอแล้ว
  • เหตุผล : ที่ระยะ 50 เมตร กล้องความละเอียด 5'' จะมีค่าคลาดเคลื่อนสะสมเพียง ประมาณ 1.2 มิลลิเมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานงานโครงสร้างทั่วไป ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อกล้องระดับ 1'' หรือ 2'' ที่มีราคาสูงกว่ามาก


2. 3 ฟังก์ชันเด่นที่งานทำผังต้องมี

  • หน้าจอแสดงผลสองด้าน (Dual Display) : ควรมีหน้าจอและปุ่มควบคุมทั้งหน้าซ้าย-หน้าขวา เพราะงานวางผังต้องส่องกลับด้านเพื่อเช็กฉากและแนวเสาบ่อยครั้ง จอสองด้านช่วยให้ช่างทำงานสะดวกไม่ต้องเดินวนรอบกล้อง
  • ระบบเลเซอร์ดิ่ง (Laser Plummet) : ดีกว่าเลนส์ดิ่งแบบส่องตา (Optical) เพราะหน้างานสร้างบ้านมักมีฝุ่นหนาและแดดจัด แสงเลเซอร์ที่ยิงลงพื้นจะช่วยให้ตั้งกล้องทับหัวตะปูหรือหมุดอ้างอิงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  • เลเซอร์ชี้เป้า (Laser Pointer) : หากงบถึง ควรเลือกตัวที่มีแสงเลเซอร์พุ่งออกจากลำกล้องเล็ง เพื่อให้ช่างหน้างานเห็นจุดตัดบนไม้แบบหรือแนวขุดดินได้ทันทีโดยไม่ต้องคอยตะโกนบอกแนว


     หากหน้างานของคุณมีเรื่องการเช็กความสูง-ต่ำ (งานระดับ) หรือต้องเดินสายเทปวัดระยะทางบ่อยๆ การขยับงบไปเล่น กล้อง Total Station รุ่นเริ่มต้น (Entry-level) อาจตอบโจทย์และคุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะยิงเลเซอร์วัดระยะและคำนวณพิกัดได้เบ็ดเสร็จในเครื่องเดียว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้