กล้องสำรวจมีกี่ประเภท? มือใหม่เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับงาน

Last updated: 9 ก.ค. 2569  |  23 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กล้องสำรวจมีกี่ประเภท? มือใหม่เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับงาน

กล้องสำรวจมีกี่ประเภท? มือใหม่เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับงาน

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการก่อสร้าง งานสำรวจ หรือการจัดสรรที่ดิน การเลือก "กล้องสำรวจ" (Surveying Camera/Instrument) อาจดูเป็นเรื่องน่าปวดหัว เพราะมีหน้าตาคล้ายๆ กันไปหมด แต่หน้าที่และระดับความแม่นยำของกล้องแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงบทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่ากล้องสำรวจที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีกี่ประเภท และมีหลักการเลือกใช้อย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะกับหน้างานมากที่สุด

1. กล้องระดับ (Auto Level)
หน้าที่หลัก: ใช้สำหรับ หาความต่างระดับ ของพื้นที่, วัดความสูง-ต่ำ, และถ่ายระดับความสูงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
การทำงาน: ตัวกล้องจะหมุนได้เฉพาะแนวราบ (360 องศา) แต่ไม่สามารถก้มหรือเงยได้ การใช้งานต้องควบคู่กับ ไม้สต๊าฟ (Staff Gauge) เสมอ
เหมาะสำหรับ: งานเทพื้นคอนกรีต, งานวางระบบระบายน้ำ, งานเช็กระดับคาน และงานถมดิน

2. กล้องวัดมุม (Theodolite)

หน้าที่หลัก: ใช้สำหรับ วัดมุมราบและมุมดิ่ง เพื่อหาองศา ทิศทาง หรือดิ่งเสาโครงสร้างให้ตั้งตรง
การทำงาน: สามารถหมุนได้ทั้งแนวราบและแนวทิ่ง (ก้ม-เงยได้) ในปัจจุบันนิยมใช้ระบบดิจิทัล (Digital Theodolite) ซึ่งอ่านค่ามุมออกมาเป็นตัวเลขบนหน้าจอได้ทันที ช่วยลดความผิดพลาดจากสายตาคน
เหมาะสำหรับ: งานวางแนวอาคาร, งานปักหมุดเขตที่ดิน, งานตั้งศูนย์เสาโครงสร้างเหล็กหรือคอนกรีต

3. กล้องประมวลผลรวม (Total Station)

หน้าที่หลัก: เครื่องมือระดับ All-in-One ที่ รวมความสามารถของกล้องวัดมุม และเครื่องวัดระยะทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) ไว้ในเครื่องเดียว
การทำงาน: นอกจากจะวัดมุมได้ละเอียดมากแล้ว ยังสามารถยิงลำแสงเลเซอร์ไปสะท้อนกับ ปริซึม (Prism) เพื่อคำนวณระยะทาง ความสูง และพิกัด ($X, Y, Z$) ออกมาได้ทันที พร้อมบันทึกข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปทำแบบ CAD ต่อได้เลย
เหมาะสำหรับ: งานสำรวจภูมิประเทศขนาดใหญ่ (Topographic Survey), งานวางผังโครงการหมู่บ้าน, งานก่อสร้างสะพานและอุโมงค์

สรุป Check-list 3 ข้อก่อนควักเงินซื้อ

โจทย์ของงานคืออะไร?: ถ้าแค่ต้องการให้พื้นเรียบเสมอกัน หรือทำทางลาด เลือก กล้องระดับ ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องวางผังอาคารที่มีมุมหักศอกเยอะๆ ต้องขยับไปใช้ กล้องวัดมุม หรือ Total Station

ขนาดของพื้นที่?: หากพื้นที่กว้างขวางหลายสิบไร่ การใช้กล้องระดับลากสายตาไปเรื่อยๆ จะใช้เวลามากและสะสมความคลาดเคลื่อน (Error) การลงทุนกับ Total Station จะช่วยประหยัดเวลาและคุ้มค่าแรงช่างมากกว่าในระยะยาว


ทีมงานพร้อมไหม?: กล้อง Total Station มีซอฟต์แวร์ภายในที่ซับซ้อน หากซื้อมาแต่ไม่มีคนในทีมที่เล่นโปรแกรมหรือคำนวณพิกัดเป็น กล้องจะถูกลดฟังก์ชันลงมาเหลือแค่กล้องวัดมุมธรรมดา ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่าตัว


คำแนะนำสำหรับมือใหม่: หากเพิ่งเริ่มต้นและรับงานสเกลบ้านพักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ไม่เกิน 3 ชั้น การมี กล้องระดับ ติดหน้างานไว้สักตัว ควบคู่กับ กล้องวัดมุมดิจิทัล ถือเป็นชุดเริ่มต้นที่ครอบคลุมงานโครงสร้างทั่วไปได้มากกว่า 80% แล้ว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้