พิกัดสมมติ vs พิกัดจริง (UTM): เมื่อไหร่ควรใช้แบบไหน?

Last updated: 13 ส.ค. 2569  |  14 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พิกัดสมมติ vs พิกัดจริง (UTM): เมื่อไหร่ควรใช้แบบไหน?

พิกัดสมมติ vs พิกัดจริง (UTM) : เมื่อไหร่ควรใช้แบบไหน?

   การเลือกระหว่าง พิกัดสมมติ (Local) กับ พิกัดจริง (UTM) ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ความจำเป็นในการเชื่อมต่อข้อมูล และข้อกำหนดทางกฎหมาย

1. เปรียบเทียบความแตกต่าง

ประเด็น           พิกัดสมมติ (Local Coordinates)      พิกัดจริง (UTM Coordinates)

การตั้งค่า         กำหนดเอง เช่น (1000, 1000)           อ้างอิงระบบอิงโลก (เช่น WGS84, Indian 1975)

ความโค้ง         โลกคิดบนระนาบราบ 100%              มีผล ต้องปรับแก้ Scale Factor

การเชื่อมต่อ      ใช้ได้เฉพาะภายในโครงการ              ซ้อนทับกับ GIS, GPS หรือแผนที่โลกได้ทันที

อุปกรณ์หลัก     Total Station, ตลับเมตร                  RTK GNSS/GPS, Total Station อิงหมุดหลักฐาน


2. เกณฑ์การเลือกใช้งาน

     ใช้พิกัดสมมติ เมื่อ

  • งานก่อสร้างขนาดเล็ก/พื้นที่ปิด : เช่น ขึ้นเสา วางฐานราก สร้างอาคารในพื้นที่ไม่เกิน 1-2  km.2
  • เน้นระยะบนดินตรงแบบ 100% : ระยะวัดจริงตรงกับแบบแปลนโดยไม่ต้องคิดค่าปรับย่อ/ขยายแผนที่
  • งานเร่งด่วน : ไม่มีหมุดหลักฐานภาครัฐอยู่ใกล้เคียง


     ใช้พิกัดจริง (UTM) เมื่อ

  • งานรังวัดที่ดินและกฎหมาย: งานทำโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดิน
  • งานโครงสร้างทางยาว: งานถนน รถไฟ ท่อส่งน้ำ สายส่งไฟ ที่ครอบคลุมหลายกิโลเมตร
  • งานที่ต้องใช้ร่วมกับ GIS / โดรน / Google Earth: เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ฐานตำแหน่งเดียวกัน

     งานใหญ่ประเภท Mega Project มักใช้ "พิกัดจริงที่ปรับ Scale Factor เป็น 1.0" (Local Project Grid) เพื่อให้ได้ตำแหน่งอิงโลก โดยที่ระยะวัดบนดินยังคงตรงกับแบบแปลน 100%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้