Last updated: 22 ก.ย. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
งานวางผังเสาและฐานรากเป็นงานที่ความผิดพลาดราคาแพงที่สุด เพราะกว่าจะรู้ตัวก็เทคอนกรีตไปแล้ว ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวกล้อง แต่มาจากหมุด พิกัดที่ป้อน และลำดับการทำงาน ห้าข้อต่อไปนี้คือกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดในไซต์อาคารพักอาศัย
ทฤษฎี หมุดที่ตอกอยู่ในแนวขุดหรือใกล้ขอบบ่อจะหายตั้งแต่วันแรกที่รถแบคโฮเข้า การวางผังที่ดีจึงต้องมีหมุดสำรองอยู่นอกเขตงานเสมอ และตำแหน่งจริงของเสาถูกกู้คืนได้จากแนวอ้างอิงที่ขนานออกไป
Procedure ตั้งหมุดแนวเสาแบบเยื้อง (Offset) ออกจากแนวจริงด้วยระยะคงที่ เช่น 1.000 หรือ 2.000 เมตร ไปยังด้านที่ไม่ถูกขุด แล้วทำเครื่องหมายระบุระยะเยื้องไว้บนหมุดทุกจุด เมื่อหมุดในแนวจริงหาย ให้กู้คืนด้วยการวัดกลับจากแนวเยื้องสองจุดที่ยังอยู่
เกณฑ์ยอมรับ ระยะเยื้องต้องเท่ากันทุกจุดในแนวเดียวกัน และเมื่อกู้ตำแหน่งกลับมาแล้ว ต้องตรวจด้วยเส้นทแยงของผังเสาทันที ผลต่างจากแบบในงานอาคารทั่วไปมักกำหนดไว้ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร
ข้อควรระวัง การเขียนระยะเยื้องไว้ในสมุดสนามอย่างเดียวโดยไม่เขียนบนหมุด ทำให้ช่างชุดอื่นใช้หมุดผิดความหมาย ควรเขียนทั้งสองที่เสมอ
ทฤษฎี แบบก่อสร้างส่วนใหญ่ใช้ระบบพิกัดสมมติของโครงการที่หมุนและเลื่อนจากระบบพิกัดจริง ถ้าป้อนค่าสลับระบบกัน ตำแหน่งทุกจุดจะเลื่อนและบิดพร้อมกันทั้งผัง โดยที่ตัวเลขบนจอดูปกติทุกอย่าง
Procedure ก่อนวางผังจุดแรก ให้เล็งหมุดควบคุมที่รู้พิกัดอีกหนึ่งจุดแล้วเทียบค่าที่เครื่องคำนวณได้กับค่าที่ระบุในแบบ ถ้าต่างกันเป็นเมตรให้สงสัยระบบพิกัด ถ้าต่างกันเป็นมิลลิเมตรให้ตรวจการตั้งศูนย์และเล็งหลังแทน
เกณฑ์ยอมรับ ผลต่างที่จุดตรวจสอบต้องอยู่ในเกณฑ์ของงาน ซึ่งงานวางผังอาคารมักอ้างอิงแนวทางของ ISO 4463-1 เรื่องวิธีวัดและเกณฑ์ยอมรับในการวางผัง โดยเกณฑ์ที่ใช้จริงให้ยึดตามข้อกำหนดโครงการ
ข้อควรระวัง การแก้ปัญหาด้วยการเลื่อนค่าพิกัดในเครื่องให้ตรงกับหมุดที่มีอยู่ เป็นการซ่อนปัญหาไว้ให้ชั้นถัดไป ถ้าระบบพิกัดไม่ตรง ต้องกลับไปแก้ที่โครงข่าย ไม่ใช่ที่เครื่อง
ทฤษฎี เมื่อกำแพงกันดิน นั่งร้าน หรือกองวัสดุบังแนวเล็ง การฝืนตั้งกล้องบนหมุดเดิมแล้วเล็งหลังที่ระยะสั้นจะขยายความคลาดเคลื่อนเชิงมุมของทั้งผัง
Δ = e × ( Dfs ÷ Dbs )
โดย e คือความคลาดเคลื่อนของการตั้งศูนย์ที่หมุดเล็งหลัง Dbs คือระยะเล็งหลัง และ Dfs คือระยะเล็งหน้า การเล็งหลังใกล้แล้ววางผังไกลจึงเป็นการคูณความคลาดเคลื่อน
Procedure เปลี่ยนไปตั้งกล้องในตำแหน่งที่มองเห็นงานได้ดีที่สุดแล้วให้กล้องคำนวณพิกัดตัวเองจากหมุดอ้างอิงสามจุดขึ้นไปที่กระจายเป็นมุมกว้าง จากนั้นอ่านค่าคงเหลือรายจุดก่อนยอมรับ
เกณฑ์ยอมรับ ค่าคงเหลือของการหาพิกัดตัวเองในงานวางผังอาคารควรไม่เกิน 3 ถึง 5 มิลลิเมตร และต้องเล็งจุดตรวจสอบอิสระอีกหนึ่งจุดก่อนเริ่มวางผังจริงทุกครั้ง
ข้อควรระวัง การใช้หมุดอ้างอิงที่อยู่ด้านเดียวกันของกล้องทั้งหมด ทำให้ค่าคงเหลือดูดีเกินจริง เพราะไม่มีข้อมูลด้านตรงข้ามมาถ่วงการตรวจสอบ
ทฤษฎี หมุดไม้หรือเหล็กเส้นที่ตอกในดินถมใหม่เคลื่อนได้ทั้งแนวดิ่งและแนวราบจากน้ำฝน การสั่นสะเทือนของเครื่องจักร และการเดินของคน ความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนของการวัด แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของสิ่งที่ใช้อ้างอิง
Procedure ใช้หมุดคอนกรีตหล่อกับที่หรือหมุดเหล็กฝังในแท่งคอนกรีตสำหรับหมุดควบคุมหลัก วางไว้นอกเขตงานและนอกรัศมีการสั่นสะเทือน แล้วตรวจสอบพิกัดหมุดซ้ำทุกสัปดาห์หรือหลังฝนตกหนัก
เกณฑ์ยอมรับ ผลต่างของระยะระหว่างหมุดควบคุมเมื่อวัดซ้ำ ต้องอยู่ในราวสองเท่าของความคลาดเคลื่อนของเครื่องวัดระยะ หากโตกว่านั้นให้ถือว่าหมุดเคลื่อน ไม่ใช่กล้องเพี้ยน
ข้อควรระวัง หมุดที่อยู่ใกล้ขอบบ่อขุดเคลื่อนเข้าหาบ่อได้หลายเซนติเมตรจากการเคลื่อนตัวของดิน โดยที่หัวหมุดยังดูปกติทุกอย่าง ระยะปลอดภัยที่นิยมใช้คือห่างจากขอบบ่ออย่างน้อยเท่ากับความลึกของบ่อ
ทฤษฎี การวัดต่อจากจุดที่เพิ่งวางไว้ทำให้ความคลาดเคลื่อนของจุดก่อนหน้าถูกส่งต่อไปยังจุดถัดไปแบบบวกสะสม ขณะที่การวางทุกจุดจากหมุดควบคุมเดียวกันทำให้ความคลาดเคลื่อนของแต่ละจุดเป็นอิสระต่อกัน
d = √( a² + b² )
โดย a และ b คือความยาวด้านของผังสี่เหลี่ยม และ d คือเส้นทแยงตามทฤษฎี การวัดเส้นทแยงจริงเทียบกับค่านี้เป็นการตรวจทั้งระยะและความฉากในครั้งเดียว
Procedure วางผังทุกจุดจากสถานีเดียวกันเมื่อทำได้ หลีกเลี่ยงการใช้ตลับเมตรวัดต่อจากเสาต้นก่อนหน้า แล้วปิดงานด้วยการวัดเส้นทแยงของผังเสาหลักอย่างน้อยสองเส้นเทียบกับแบบ
เกณฑ์ยอมรับ ผลต่างของเส้นทแยงที่วัดได้กับค่าจากแบบในงานอาคารทั่วไปมักกำหนดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ส่วนตำแหน่งของหมุดเสาแต่ละต้นมักกำหนดไม่เกิน 3 ถึง 5 มิลลิเมตรจากพิกัดในแบบ
ข้อควรระวัง ผังที่ระยะด้านถูกต้องทุกด้านยังบิดได้ถ้าไม่ตรวจเส้นทแยง ความบิดนี้จะไปโผล่เป็นปัญหาตอนติดตั้งวงกบและผนังสำเร็จรูป ซึ่งแก้ยากกว่ามาก
ปัญหาการวางผังเกือบทั้งหมดป้องกันได้ที่ขั้นตอนก่อนเริ่มงาน ลำดับที่ใช้ได้จริงคือทำหมุดควบคุมให้อยู่รอดนอกเขตงาน ตรวจระบบพิกัดด้วยจุดตรวจสอบก่อนวางจุดแรก เลี่ยงการเล็งหลังระยะสั้น วางทุกจุดจากสถานีเดียวกัน แล้วปิดงานด้วยเส้นทแยง
ในงานบ้านจัดสรรและอาคารพักอาศัย ขั้นตอนเหล่านี้เพิ่มเวลาราวยี่สิบถึงสามสิบนาทีต่อการวางผังหนึ่งชุด แต่กันงานทุบแก้ที่ต้นทุนสูงกว่ากันหลายสิบเท่า และข้อมูลที่บันทึกไว้ยังใช้ยืนยันกับผู้ว่าจ้างได้ทุกงวด
หากตรวจเส้นทแยงแล้วเกินเกณฑ์ทั้งที่ทำตามขั้นตอนครบ หรือค่าคงเหลือของการหาพิกัดตัวเองโตผิดปกติ P1 Instrument ให้บริการสอบเทียบ Total Station ตรวจแนวเล็ง แกนดิ่ง ค่าคงที่ปริซึม และความถูกต้องของระยะ พร้อมปรับตั้งให้กลับเข้าเกณฑ์ของผู้ผลิต รวมถึงมีปริซึม ทรัยแบรช และขาตั้งสำหรับงานวางผัง
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
■ บจก.พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ (รังสิต)
▸ Location: https://maps.app.goo.gl/pVxYa4RWrwde1aFg9
▸ หน้าร้านสาขารังสิต B202 ชั้น 2 ปั๊มคาร์เท็กซ์
โครงการสัมมากรเพลสรังสิตคลอง 2
▸ เปิดบริการ จ.-ศ. 8.30-17.30 น. และ วันเสาร์ 9.00-14.00 น.
▸ บริการ: จำหน่าย · เช่า · ซ่อม · สอบเทียบ
▸ โทร. 02-181-6844
▸ www.p1instrument.co.th
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
#ศูนย์รวมกล้องสำรวจราคาถูก #กล้องสำรวจมือสอง #กล้องTotalStation #กล้องระดับ #กล้องวัดมุม #บริการเช่ากล้องสำรวจ #ซ่อมกล้องสำรวจ #สอบเทียบกล้องสำรวจ #P1Instrument #พีนัมเบอร์วันอินสตรูเม้นท์ #วางผังอาคาร #ฐานราก #หมุดผัง #เส้นทแยง