Last updated: 24 ก.ย. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
หลักสำคัญของงานถ่ายระดับด้วยกล้องระดับ (Auto Level) คือการจัดระยะหลัง (Backsight) และระยะหน้า (Foresight) ให้เท่ากัน เพื่อให้ความคลาดของแนวเล็งหักล้างกันเอง แต่เมื่อต้องถ่ายระดับข้ามแม่น้ำ คลอง หรือหุบร่องลึก เงื่อนไขนี้ทำไม่ได้ เพราะตั้งกล้องกลางน้ำไม่ได้ วิธีที่ใช้แก้ปัญหานี้มาอย่างยาวนานคือการถ่ายระดับแบบสลับฝั่ง (Reciprocal Leveling) บทความนี้อธิบายหลักการ ที่มาของสูตร และเงื่อนไขที่ทำให้ผลเชื่อถือได้
เมื่อตั้งกล้องชิดฝั่งหนึ่งแล้วเล็งไปอีกฝั่ง ระยะหนึ่งสั้นเพียงไม่กี่เมตร อีกระยะอาจยาว 200–500 ม. ความคลาดที่ปกติหักล้างกันจะปรากฏเต็มที่ในค่าที่อ่านระยะไกล มีสามส่วนหลัก
ผลรวมของความโค้งและการหักเหประมาณได้จาก
cr ≈ 0.0675 D² (cr เป็นเมตร, D เป็นกิโลเมตร)
ที่ระยะ 300 ม. ค่านี้ประมาณ 6 มม. และที่ 500 ม. ประมาณ 17 มม. ซึ่งเกินเกณฑ์งานระดับทั่วไปหากไม่ได้แก้
ให้ A และ B เป็นหมุดสองฝั่งแม่น้ำ ขั้นตอนคือ
ความต่างระดับที่แท้จริงคำนวณจาก
ΔHAB = [(a1 − b1) + (a2 − b2)] / 2
ในการตั้งครั้งที่ 1 ความคลาดรวม e ไปอยู่ในค่า b1 ส่วนครั้งที่ 2 ไปอยู่ในค่า a2 เมื่อนำมาเฉลี่ย เครื่องหมายของ e จะตรงข้ามกันและหักล้างกัน ทั้งความคลาดแนวเล็ง ความโค้งของโลก และส่วนของการหักเหที่คงที่ ความต่างของผลสองครั้งยังให้ค่าความคลาดรวม e = [(a2 − b2) − (a1 − b1)] / 2 ซึ่งใช้ตรวจความผิดปกติของกล้องได้ด้วย
ตัวอย่างการคำนวณ: สมมติตั้งกล้องชิดหมุด A อ่านได้ a1 = 1.425 ม. และ b1 = 0.982 ม. จากนั้นย้ายไปตั้งชิดหมุด B อ่านได้ b2 = 1.108 ม. และ a2 = 1.563 ม. จะได้ (a1 − b1) = 0.443 ม. และ (a2 − b2) = 0.455 ม. ความต่างระดับเฉลี่ยจึงเท่ากับ 0.449 ม. โดยหมุด B สูงกว่า A ส่วนความคลาดรวมของการอ่านระยะไกล e = (0.455 − 0.443) / 2 = 0.006 ม. หรือ 6 มม. ซึ่งหากใช้ผลจากการตั้งกล้องครั้งเดียว ค่าระดับจะคลาดไปเท่ากับค่านี้ทั้งหมด
ค่า e ที่ได้จากแต่ละชุดควรใกล้เคียงกัน หากชุดใดมีค่า e ต่างจากชุดอื่นมาก มักเป็นสัญญาณว่าสภาพการหักเหเปลี่ยนระหว่างการวัด หรือกล้องถูกกระแทกระหว่างย้ายฝั่ง ควรตัดชุดนั้นออกแล้ววัดใหม่
สูตรข้างต้นถูกต้องเมื่อความคลาดในสองครั้ง "เท่ากัน" เท่านั้น ในสนามจึงต้องควบคุมปัจจัยดังนี้
กำลังขยายกล้องระดับงานก่อสร้างทั่วไปอยู่ราว 24x–32x ที่ระยะเกินประมาณ 150–200 ม. ขีดแบ่งเซนติเมตรบนไม้สต๊าฟจะอ่านยากขึ้นมาก จึงควรใช้แผ่นเป้าเลื่อน (Sliding Target) บนไม้ ให้ผู้ถือไม้เลื่อนเป้าจนแนวเล็งผ่านกึ่งกลาง แล้วอ่านค่าที่ไม้โดยตรง
การเลือกตำแหน่งข้าม: ควรเลือกช่วงที่แม่น้ำแคบที่สุดและตลิ่งทั้งสองฝั่งมีความสูงใกล้เคียงกัน พื้นที่ตั้งกล้องต้องมั่นคง ไม่ใช่ดินเลนริมตลิ่งที่ทรุดตัวระหว่างการวัด แนวเล็งควรผ่านเหนือผิวน้ำโล่ง ไม่ผ่านใกล้หลังคาโลหะหรือพื้นคอนกรีตร้อนที่ทำให้การหักเหแปรปรวน หมุดทั้งสองฝั่งควรเป็นหมุดถาวรที่เชื่อมเข้ากับสายระดับหลักของโครงการ เพื่อให้ตรวจสอบค่าย้อนหลังได้
ข้อควรระวัง: อย่าใช้วิธีนี้เป็นเหตุผลในการใช้กล้องที่ความคลาดสูงเกินเกณฑ์ผู้ผลิต เพราะการหักล้างสมบูรณ์เฉพาะในทฤษฎี ผลจริงยังขึ้นกับความคงที่ของกล้องระหว่างการย้ายฝั่ง