หลักการ Horizontal Collimation Error ของ Total Station และวิธีตรวจ

Last updated: 21 ต.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หลักการ Horizontal Collimation Error ของ Total Station และวิธีตรวจ

เมื่อวัดมุมราบด้วยกล้อง Total Station หน้าซ้ายและหน้าขวาแล้วได้ค่าต่างกันไม่ถึง 180° พอดี สาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดคือความคลาดเคลื่อนเส้นเล็งทางราบ (Horizontal Collimation Error) หรือที่ช่างเรียกกันว่าค่า c ความคลาดเคลื่อนนี้เกิดกับกล้องทุกเครื่องไม่มากก็น้อย ปัญหาจึงไม่ใช่ว่ามีหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่ารู้ค่าของมันหรือไม่ และงานที่ทำอยู่ได้รับผลมากเพียงใด บทความนี้อธิบายหลักการทางเรขาคณิต สูตรคำนวณ และวิธีตรวจที่ใช้ได้จริงในสนาม

1. Horizontal Collimation Error คืออะไรและเกิดจากอะไร

ทฤษฎี: ในกล้องที่สมบูรณ์ แนวเล็ง (Line of Sight) ต้องตั้งฉากกับแกนหมุนกล้องเงย (Trunnion Axis) เมื่อแนวเล็งเบี่ยงจากแนวตั้งฉากเป็นมุม c ค่ามุมราบที่อ่านได้ในหน้าหนึ่งจะคลาดไปทางหนึ่ง และเมื่อพลิกกล้องไปอีกหน้า ค่าจะคลาดไปในทิศตรงกันข้ามด้วยขนาดเท่ากัน

  • สาเหตุ: แผ่นเส้นสายใย (Reticle) หรือชิ้นส่วนออปติกเลื่อนตำแหน่งจากแรงกระแทก การสั่นสะเทือนระหว่างขนย้าย และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่ทำให้ชิ้นส่วนขยายตัวไม่เท่ากัน
  • Spec: กล้อง Total Station ของผู้ผลิตหลักมีความแม่นยำเชิงมุมราว 1″–7″ ตามรุ่น ค่า c ที่ไม่ได้ชดเชยจึงอาจมากกว่าความแม่นยำที่ระบุไว้หลายเท่าได้
  • ข้อควรระวัง: ค่า c ไม่ใช่ค่าคงที่ตลอดอายุกล้อง ค่าที่ตรวจไว้เมื่อหลายเดือนก่อนอาจไม่ตรงกับสภาพปัจจุบัน
  • แนวทางปฏิบัติ: จดค่า 2C ที่ได้จากการวัดสองหน้าลงสมุดประจำกล้องทุกครั้งที่ทำงานควบคุม เมื่อเก็บข้อมูลต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จะเห็นแนวโน้มว่าค่าคงที่หรือค่อย ๆ เลื่อน ซึ่งช่วยตัดสินใจได้ว่าเมื่อใดควรปรับค่าในเครื่องหรือส่งตรวจ

2. ผลของค่า c ต่อมุมราบเมื่อเล็งขึ้นหรือลง

ทฤษฎี: ผลของค่า c ต่อค่ามุมราบไม่ได้คงที่ แต่เพิ่มขึ้นเมื่อแนวเล็งชันขึ้น ตามสูตร

ΔHz = c / sin z

โดย z คือมุมดิ่งจากจุดยอดฟ้า (Zenith Angle) เมื่อเล็งแนวราบ z = 90° ผลจะเท่ากับ c พอดี แต่ถ้าเล็งเงยขึ้น 30° (z = 60°) ผลจะเพิ่มเป็นราว 1.15c และที่เงย 45° (z = 45°) จะเพิ่มเป็นราว 1.41c

  • Procedure: ในงานที่ต้องเล็งชัน เช่น ตรวจดิ่งอาคารสูงหรืองานในหุบเขา ให้ประเมินผลด้วยสูตรนี้ก่อนตัดสินใจว่าจะวัดหน้าเดียวหรือสองหน้า
  • Tolerance: ความคลาดเคลื่อนแกนหมุนกล้องเงยเอียง (Trunnion Axis Tilt, i) ก็ให้ผลต่างระหว่างหน้าเช่นกัน แต่แปรตาม i × cot z ซึ่งเป็นศูนย์เมื่อเล็งแนวราบ จึงแยกสองค่านี้ออกจากกันได้ด้วยการตรวจที่มุมเงยต่างกัน
  • ข้อควรระวัง: อย่าตรวจหาค่า c โดยใช้เป้าที่อยู่ชันมาก เพราะค่าที่ได้จะปนผลของ Trunnion Axis Tilt เข้าไปด้วย

3. หลักการหักล้างด้วยการวัดสองหน้าและการคำนวณค่า c

ทฤษฎี: เนื่องจากค่า c ทำให้หน้าซ้ายและหน้าขวาคลาดไปคนละทิศด้วยขนาดเท่ากัน ค่าเฉลี่ยของสองหน้าจึงปราศจากผลของ c ส่วนผลต่างระหว่างสองหน้าใช้คำนวณค่า c ได้โดยตรง

c = [HzI − (HzII ± 180°)] / 2

  • Procedure: ตัวอย่าง อ่านหน้าซ้าย HzI = 45°12′30″ หน้าขวา HzII = 225°12′10″ เมื่อลบ 180° ได้ 45°12′10″ ผลต่างคือ 20″ ซึ่งเท่ากับ 2c จึงได้ c = +10″ ค่าผลต่างนี้คือค่าเดียวกับที่ช่างเรียกว่า 2C
  • Tolerance: ควรวัดอย่างน้อย 3–5 ชุดแล้วเฉลี่ย เพราะค่าแต่ละชุดมีความคลาดเคลื่อนสุ่มจากการเล็งปนอยู่ ค่า 2C ที่แกว่งมากระหว่างชุดบ่งชี้ว่าการเล็งหรือการตั้งกล้องไม่มั่นคง
  • ข้อควรระวัง: การวัดสองหน้าหักล้างได้ทั้งค่า c และ Trunnion Axis Tilt แต่ไม่หักล้างความคลาดเคลื่อนจากการตั้งศูนย์หรือการตั้งเป้า

4. การชดเชยทางอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจในเครื่อง

ทฤษฎี: Total Station ส่วนใหญ่มีโปรแกรมตรวจและปรับค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่อง ซึ่งวัดค่า c แล้วเก็บไว้ในหน่วยความจำ จากนั้นเครื่องจะแก้ค่ามุมราบให้อัตโนมัติทุกครั้งที่วัดหน้าเดียว ความถูกต้องของงานหน้าเดียวจึงขึ้นอยู่กับค่า c ที่เก็บไว้ว่าตรงกับสภาพจริงหรือไม่

  • Procedure: เลือกเป้าที่ชัดเจนระยะราว 100 เมตร อยู่ใกล้แนวราบ ตั้งกล้องบนพื้นมั่นคง หลีกเลี่ยงแดดจัดและภาพสั่น แล้วทำตามขั้นตอนในเมนูของเครื่อง ซึ่งจะให้วัดหน้าซ้ายและหน้าขวาซ้ำหลายรอบ ก่อนบันทึกค่าใหม่ให้เทียบกับค่าเดิมที่เก็บไว้
  • Tolerance: คู่มือของผู้ผลิตชั้นนำแนะนำให้ตรวจก่อนใช้งานครั้งแรก ก่อนงานความแม่นยำสูง หลังขนย้ายทางไกลหรือกระแทก และเมื่ออุณหภูมิทำงานต่างจากตอนตรวจครั้งก่อนมากราว 20 °C
  • ข้อควรระวัง: ถ้าบันทึกค่าที่วัดในสภาพไม่ดี เครื่องจะนำค่าที่ผิดนั้นไปแก้ทุกการวัดหลังจากนั้น ความคลาดเคลื่อนจึงกลายเป็นความคลาดเคลื่อนระบบทั้งงาน
  • ตรวจการตั้งค่า: กล้องหลายรุ่นให้เลือกเปิดหรือปิดการแก้ค่า Hz Collimation ได้ในเมนูตั้งค่า ก่อนเริ่มงานหน้าเดียวควรตรวจว่าเปิดการแก้ค่าไว้ และเมื่อตรวจค่า c ใหม่ต้องทำตามขั้นตอนของเมนูตรวจเท่านั้น ไม่ควรสลับเปิดปิดการแก้ค่าระหว่างงานเดียวกัน เพราะข้อมูลจะปนกันสองชุดและตรวจย้อนหลังได้ยาก

5. ผลต่องานวางผังหน้าเดียวและการประเมินคุณภาพ

ทฤษฎี: งานวางผังก่อสร้างส่วนใหญ่วัดเพียงหน้าเดียวเพื่อความรวดเร็ว ค่า c ที่ไม่ได้ชดเชยจะทำให้จุดเยื้องทางข้างตามสูตร

e = D × c″ / ρ″

เมื่อ ρ″ = 206,265 ถ้า c = 10″ ที่ระยะ 100 เมตร จุดจะเยื้องราว 4.8 มม. ซึ่งเกินค่ายอมรับของงานวางผังอาคารหลายประเภท

  • Procedure: ก่อนเริ่มงานวางผังสำคัญ ให้วัดสองหน้าไปยังหมุดอ้างอิงหนึ่งจุด ถ้าค่าเฉลี่ยกับค่าหน้าเดียวต่างกันน้อยกว่าความแม่นยำของกล้อง แสดงว่าค่า c ที่เก็บไว้ยังใช้ได้
  • Tolerance: มาตรฐาน ISO 17123-3 กำหนดขั้นตอนทดสอบภาคสนามเพื่อประเมินความแม่นยำการวัดมุมของกล้องวัดมุมและ Total Station ผลที่ได้ควรสอดคล้องกับสเปกที่ผู้ผลิตระบุ
  • ข้อควรระวัง: ถ้าค่า c เปลี่ยนมากผิดปกติระหว่างการตรวจสองครั้ง หรือปรับในเครื่องแล้วไม่คงที่ แสดงว่าชิ้นส่วนภายในอาจหลวม ควรสอบเทียบกับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตาม ISO/IEC 17025

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้