5 เทคนิคการใช้กล้องระดับ (Auto Level) ให้คุ้มค่าและแม่นยำสูงสุดในงานก่อสร้าง

Last updated: 28 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

5 เทคนิคการใช้กล้องระดับ (Auto Level) ให้คุ้มค่าและแม่นยำสูงสุดในงานก่อสร้าง

5 เทคนิคการใช้กล้องระดับ (Auto Level) ให้คุ้มค่าและแม่นยำสูงสุดในงานก่อสร้าง

   กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level) เป็นเครื่องมือชี้วัดคุณภาพและต้นทุนของงานก่อสร้าง การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดช่วยลดความผิดพลาดและป้องกันงานแก้ได้อย่างมีนัยสำคัญ


1. วางตำแหน่งกล้องแบบ "ระยะสมดุล" (Equal Sight Distance)

  • ตั้งกล้องให้อยู่ตรงกลางระหว่างจุดอ่านหลัง (BS) และจุดอ่านหน้า (FS) ให้ระยะทางทั้งสองฝั่งเท่ากันที่สุด
  • ประโยชน์ : หักลบความคลาดเคลื่อนจากแนวเล็งกล้องเอียง (Collimation Error) และความโค้งของโลกออกไปโดยอัตโนมัติ


2. ตรวจเช็ก Compensator และทดสอบ Two-Peg Test สม่ำเสมอ

  • เช็กระบบชดเชยแสง : เคาะตัวกล้องเบาๆ เพื่อดูว่าเส้นสายยึดคืนตัวกลับมาจุดเดิมหรือไม่
  • ทดสอบ Two-Peg Test : ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งหรือหลังกล้องถูกกระแทก เพื่อตรวจสอบและปรับแก้แนวเล็งกล้องให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ


3. ควบคุมการถือไม้สต๊าฟ (Levelling Staff)

  • ใช้เทคนิค Wave the Staff : ให้คนถือโยกไม้สต๊าฟเข้า-ออกช้าๆ และอ่านค่าที่ ต่ำที่สุด (Lowest Reading) ซึ่งเป็นค่าที่ไม้ตั้งฉากกับพื้นโลกจริง
    หมั่นตรวจสอบฟองกลมบนไม้สต๊าฟไม่ให้เอียงหรือชำรุด


4. ป้องกันความคลาดเคลื่อนจากปัจจัยแวดล้อม

  • ความมั่นคงของขาตั้ง : เหยียบขาตั้งกล้องลงดินให้แน่น หรือล็อกขาให้ดีหากตั้งบนพื้นคอนกรีต
  • แสงแดดและแรงสั่นสะเทือน : กางร่มบังแดดเพื่อป้องกันขาตั้งขยายตัวไม่เท่ากัน และหลีกเลี่ยงการตั้งกล้องใกล้เครื่องจักรหนักขณะทำงาน


5. ทำระดับแบบวงรอบปิด (Closed Loop) ทุกครั้ง

  • ส่องทำระดับจากจุดอ้างอิง (BM) ไปยังจุดเป้าหมาย แล้วต้องส่องกลับมาปิดที่จุด BM เดิมเสมอ
  • คำนวณค่าความคลาดเคลื่อนเคลื่อนปิด (Closing Error) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันทีในสนามก่อนเริ่มงานเทคอนกรีตหรือวางโครงสร้างจริง




เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้