5 เทคนิคการใช้กล้องระดับ (Auto Level) ให้คุ้มค่าและแม่นยำสูงสุดในงานก่อสร้าง
กล้องระดับอัตโนมัติ (Auto Level) เป็นเครื่องมือชี้วัดคุณภาพและต้นทุนของงานก่อสร้าง การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดช่วยลดความผิดพลาดและป้องกันงานแก้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
1. วางตำแหน่งกล้องแบบ "ระยะสมดุล" (Equal Sight Distance)
- ตั้งกล้องให้อยู่ตรงกลางระหว่างจุดอ่านหลัง (BS) และจุดอ่านหน้า (FS) ให้ระยะทางทั้งสองฝั่งเท่ากันที่สุด
- ประโยชน์ : หักลบความคลาดเคลื่อนจากแนวเล็งกล้องเอียง (Collimation Error) และความโค้งของโลกออกไปโดยอัตโนมัติ
2. ตรวจเช็ก Compensator และทดสอบ Two-Peg Test สม่ำเสมอ
- เช็กระบบชดเชยแสง : เคาะตัวกล้องเบาๆ เพื่อดูว่าเส้นสายยึดคืนตัวกลับมาจุดเดิมหรือไม่
- ทดสอบ Two-Peg Test : ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งหรือหลังกล้องถูกกระแทก เพื่อตรวจสอบและปรับแก้แนวเล็งกล้องให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ
3. ควบคุมการถือไม้สต๊าฟ (Levelling Staff)
- ใช้เทคนิค Wave the Staff : ให้คนถือโยกไม้สต๊าฟเข้า-ออกช้าๆ และอ่านค่าที่ ต่ำที่สุด (Lowest Reading) ซึ่งเป็นค่าที่ไม้ตั้งฉากกับพื้นโลกจริง
หมั่นตรวจสอบฟองกลมบนไม้สต๊าฟไม่ให้เอียงหรือชำรุด
4. ป้องกันความคลาดเคลื่อนจากปัจจัยแวดล้อม
- ความมั่นคงของขาตั้ง : เหยียบขาตั้งกล้องลงดินให้แน่น หรือล็อกขาให้ดีหากตั้งบนพื้นคอนกรีต
- แสงแดดและแรงสั่นสะเทือน : กางร่มบังแดดเพื่อป้องกันขาตั้งขยายตัวไม่เท่ากัน และหลีกเลี่ยงการตั้งกล้องใกล้เครื่องจักรหนักขณะทำงาน
5. ทำระดับแบบวงรอบปิด (Closed Loop) ทุกครั้ง
- ส่องทำระดับจากจุดอ้างอิง (BM) ไปยังจุดเป้าหมาย แล้วต้องส่องกลับมาปิดที่จุด BM เดิมเสมอ
- คำนวณค่าความคลาดเคลื่อนเคลื่อนปิด (Closing Error) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันทีในสนามก่อนเริ่มงานเทคอนกรีตหรือวางโครงสร้างจริง