กรณีศึกษา: ถ่ายระดับแบบกริดด้วยกล้องระดับเพื่อคำนวณปริมาณดินถม

Last updated: 31 ต.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กรณีศึกษา: ถ่ายระดับแบบกริดด้วยกล้องระดับเพื่อคำนวณปริมาณดินถม

ก่อนถมดินหรือปรับระดับที่ดิน เจ้าของงานและผู้รับเหมาต้องรู้ว่าต้องใช้ดินเท่าใด คำตอบนี้มาจากการถ่ายระดับแบบกริด (Grid Leveling) ด้วยกล้องระดับ (Auto Level) ซึ่งเป็นงานที่ดูง่าย แต่ความคลาดเคลื่อนเล็ก ๆ ที่เป็นระบบจะกลายเป็นปริมาตรดินหลายสิบลูกบาศก์เมตรได้ทันที กรณีศึกษานี้เรียบเรียงจากลักษณะงานถ่ายระดับที่ดินเพื่อคำนวณปริมาณดินถมที่พบบ่อย ตัวเลขเป็นค่าตัวอย่าง เพื่อแสดงขั้นตอนตั้งแต่วางกริด วัด คำนวณ จนถึงจุดที่มักผิดพลาด

1. ลักษณะงานและการวางกริด

ลักษณะงาน: ที่ดินขนาด 40 × 60 m ต้องถมให้ได้ระดับออกแบบ +101.200 m อ้างอิงหมุดหลักฐานระดับ (Benchmark) ข้างถนนที่มีค่า +100.000 m ทีมสำรวจวางกริดระยะ 10 m ได้จุดวัด 5 × 7 = 35 จุด แบ่งพื้นที่เป็นช่องกริด 24 ช่อง ช่องละ 100 m²

  • Procedure: ตอกหมุดไม้ที่จุดกริดทุกจุดด้วยเทปวัดระยะหรือ Total Station และตั้งชื่อจุดเป็นแถวและคอลัมน์ เช่น A1 ถึง E7 เพื่อให้บันทึกและคำนวณได้เป็นระบบ
  • Tolerance: ขนาดกริดต้องเล็กพอจะเก็บรูปร่างพื้นที่ได้ ถ้าพื้นที่มีแอ่งหรือเนินชัดเจน ควรเพิ่มจุดวัดในบริเวณนั้น แทนการยึดกริดเท่ากันทั้งแปลง
  • ข้อควรระวัง: ตรวจค่าของหมุดหลักฐานระดับก่อนเริ่มงาน ถ้าหมุดถูกรบกวน ระดับทุกจุดจะผิดไปเท่ากัน และปริมาตรดินจะผิดตามพื้นที่ทั้งแปลง

ก่อนออกสนาม ทีมควรตกลงกับเจ้าของงานให้ชัดว่าระดับออกแบบอ้างอิงหมุดหลักฐานตัวใด และค่าของหมุดนั้นมาจากแหล่งใด เพราะหลายโครงการมีหมุดระดับหลายตัวที่ค่าไม่สอดคล้องกัน ถ้าใช้หมุดคนละตัวในการวัดก่อนและหลังถม ผลต่างระหว่างหมุดจะถูกนับเป็นปริมาตรดินโดยไม่ตั้งใจ

2. การตั้งกล้องและวัดระดับจุดกริด

ทฤษฎี: งานกริดขนาดนี้ตั้งกล้องจุดเดียวกลางแปลงได้ ระดับของแต่ละจุดคำนวณด้วยวิธีความสูงเครื่องมือ (Height of Instrument Method)

HI = RLBM + BS  |  RLi = HI − ISi

เมื่อ BS คือค่าอ่านหลังที่หมุดหลักฐาน IS คือค่าอ่านกลาง (Intermediate Sight) ที่จุดกริด และ RL คือค่าระดับ

  • ผลการวัด: อ่านหลังที่หมุดหลักฐานได้ 1.450 m จึงได้ HI = 101.450 m จุดกริดอ่านได้ในช่วงราว 0.55–1.10 m ค่าระดับพื้นเดิมจึงอยู่ในช่วงราว +100.35 ถึง +100.90 m
  • Procedure: หลังวัดครบทุกจุด ให้อ่านกลับที่หมุดหลักฐานอีกครั้ง ถ้าค่าต่างจากค่าแรกเกินเกณฑ์ตัวอย่างของโครงการ 3 mm แปลว่ากล้องหรือขาตั้งขยับระหว่างงาน ต้องวัดใหม่
  • ข้อควรระวัง: ค่าอ่านกลางไม่มีค่าอ่านหน้ามาจับคู่ ระยะเล็งจึงไม่สมดุล ความคลาดเคลื่อนเส้นเล็งมีผลตาม e = D × c″/ρ″ เช่น c = 10″ ที่ระยะ 50 m ให้ผลราว 2.4 mm

ในกรณีนี้ทีมทำ Two-Peg Test ตามแนวทาง ISO 17123-2 ก่อนออกงาน และจำกัดระยะเล็งไม่เกินราว 50 m เพื่อให้ผลของเส้นเล็งอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ พื้นที่ที่ใหญ่กว่านี้ควรแบ่งเป็นหลายจุดตั้งกล้อง และเชื่อมจุดตั้งกล้องด้วยจุดเปลี่ยน (Turning Point)

3. คำนวณความสูงถมของแต่ละจุด

ทฤษฎี: ความสูงถมที่จุดกริดแต่ละจุดเท่ากับระดับออกแบบลบระดับพื้นเดิม

hi = RLdesign − RLi

  • ผลคำนวณ: เมื่อระดับออกแบบเท่ากับ +101.200 m ความสูงถมของจุดกริดอยู่ในช่วงราว 0.30–0.85 m และเฉลี่ยราว 0.60 m
  • Procedure: คำนวณในตารางที่เรียงจุดตามแถวและคอลัมน์ ตรวจค่าที่ต่างจากจุดข้างเคียงมากผิดปกติ ซึ่งมักเกิดจากอ่านผิดหลักเดซิเมตรหรือจดผิดจุด
  • ข้อควรระวัง: ถ้าพื้นเดิมมีหญ้าหรือหน้าดินอ่อน ไม้สต๊าฟจะจมไม่เท่ากัน ควรกำหนดให้วางไม้สต๊าฟบนผิวดินเดิมที่ปาดหญ้าออกแล้วทุกจุด

4. คำนวณปริมาตรด้วยวิธีกริด

ทฤษฎี: วิธีกริดสี่เหลี่ยม (Grid Method) ให้น้ำหนักความสูงถมแต่ละจุดตามจำนวนช่องกริดที่ใช้จุดนั้นร่วมกัน

V = (A / 4) × (Σh1 + 2Σh2 + 3Σh3 + 4Σh4)

เมื่อ A คือพื้นที่ช่องกริดหนึ่งช่อง และ h1, h2, h3, h4 คือความสูงถมของจุดที่เป็นมุมของช่องกริด 1, 2, 3 และ 4 ช่องตามลำดับ

  • ผลคำนวณ: ผลรวมถ่วงน้ำหนักได้ 57.6 m ปริมาตรดินถมจึงเท่ากับ 100 / 4 × 57.6 = 1,440 m³ ซึ่งเป็นปริมาตรดินหลังบดอัด
  • Procedure: ปริมาตรที่สั่งซื้อจริงต้องเผื่อการยุบอัดของดินตามชนิดดินและข้อกำหนดของโครงการ และควรแยกปริมาตรหน้าดินที่ต้องปาดออกไว้ต่างหาก
  • ข้อควรระวัง: ความคลาดเคลื่อนเชิงระบบเพียง 1 cm ในระดับทุกจุด ทำให้ปริมาตรผิดไป 0.01 × 2,400 = 24 m³ ซึ่งมากพอจะเป็นประเด็นในการตรวจรับงาน

สำหรับพื้นที่ที่ผิวดินเปลี่ยนความลาดชันมาก วิธีกริดสี่เหลี่ยมอาจให้ผลคลาดเคลื่อนได้ ทีมอาจลดขนาดกริดในบริเวณนั้น หรือใช้วิธีแบ่งเป็นสามเหลี่ยมแทน ส่วนงานที่มีทั้งขุดและถมในแปลงเดียวกัน ควรแยกคำนวณปริมาตรขุดและปริมาตรถมออกจากกัน แทนการหักลบเป็นยอดสุทธิ เพราะค่าจ้างและการจัดการดินของสองงานนี้ต่างกัน

5. ข้อผิดพลาดที่พบและบทเรียน

สิ่งที่พบ: เมื่อตรวจผลรอบแรก ทีมพบจุดสองจุดในแถวเดียวกันที่ความสูงถมต่างจากจุดข้างเคียงราว 0.10 m เมื่อกลับไปวัดซ้ำพบว่าเป็นการอ่านผิดหลักเดซิเมตรหนึ่งจุด และไม้สต๊าฟจมในแอ่งโคลนอีกหนึ่งจุด หลังแก้ไข ปริมาตรลดลงราว 15 m³

  • Procedure: ใช้การตรวจสายใยสามเส้น (Three-Wire Check) ในจุดที่สงสัย โดยค่าเฉลี่ยของสายใยบนและล่างต้องใกล้เคียงกับค่าสายใยกลาง ช่วยจับการอ่านผิดได้ทันทีในสนาม
  • Tolerance: หลังถมเสร็จ ควรถ่ายระดับกริดเดิมซ้ำเพื่อตรวจระดับหลังถมเทียบกับระดับออกแบบ และใช้ผลนี้คำนวณปริมาณงานจริงสำหรับการเบิกจ่าย
  • ข้อควรระวัง: กล้องที่ใช้วัดก่อนและหลังถมควรเป็นกล้องที่ผ่านการตรวจหรือสอบเทียบแล้วทั้งคู่ เพื่อให้ผลต่างที่ได้สะท้อนปริมาณดินจริง ไม่ใช่ความต่างของเครื่องมือ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้