วิธีใช้กล้องระดับเช็กระดับคันดินและงานก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ
งานก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำหรือคันดินชลประทาน ความสูงคันดินคือหัวใจสำคัญ หากเตี้ยไปน้ำจะไหลล้นจนเขื่อนพัง (Overtopping) หากสูงไปจะสิ้นเปลืองค่าดิน การใช้ กล้องระดับ (Automatic Level) ควบคุมในแต่ละชั้น (Layer) จึงขาดไม่ได้ โดยมี 5 ขั้นตอนหลักดังนี้
5 ขั้นตอนการเช็กระดับคันดิน
- ถ่ายระดับอ้างอิง (Backsight) : ตั้งกล้องในจุดที่มั่นคงนอกแนววิ่งรถบด ส่องกลับไปอ่านค่าไม้สต๊าฟที่ หมุดอ้างอิง (BM) เพื่อหาความสูงของแนวสายตากล้อง (ค่าระดับ BM + ค่าที่อ่านได้ (BS) = ค่าความสูงกล้อง HI)
- กำหนดแนวหมุดระยะ (Station) : แบ่งช่วงเช็กตามแนวยาวของเขื่อนทุกๆ 10 หรือ 20 เมตร (เช่น Sta. 0+000, 0+010) พร้อมทำหมุดแนวเซ็นเตอร์และแนวลาดคันดิน (Toe Line) ให้ชัดเจน
- เก็บระดับดินเดิม (Original Ground) : ส่องอ่านค่าระดับดินเดิมตามจุด Station ทั้งหมดก่อนถม เพื่อนำไปใช้คำนวณปริมาตรดินขุด-ดินถมในระบบต่อไป
- เช็กระดับชั้นดินบดอัด (Layer Verification) : งานเขื่อนจะถมบดอัดเป็นชั้นๆ หนาชั้นละ 25–30 ซม. ช่างสำรวจต้องส่องอ่านค่าไม้สต๊าฟแล้วนำค่า HI ลบออก เพื่อเช็กว่าความสูงปัจจุบันได้ตามแบบหรือไม่ หากเตี้ยไปให้เสริม ดินสูงไปให้เกรดออก
- ตรวจรับสันเขื่อนขั้นสุดท้าย (Top of Embankment) : เมื่อถึงชั้นบนสุด ให้ส่องเช็กแบบปูพรมถี่ๆ ทั้งแนวเซ็นเตอร์และขอบซ้าย-ขวา เพื่อเมคชัวร์ว่าหลังคันดินราบเรียบเสมอกัน ไม่เป็นแอ่งกะทะทำให้น้ำขัง
3 ข้อควรระวังวิกฤตในสนาม
- ระวังแรงสั่นสะเทือน : แรงสั่นจากรถบดดิน (Vibratory Roller) จะทำให้ระบบชดเชยภายในกล้องสั่นไหวและค้าง ห้ามส่องกล้องขณะรถบดกำลังทำงานใกล้ๆ
- ระวังขากล้องจม : ตัวกล้องต้องตั้งบนพื้นดินเดิมที่แข็งแรง ห้ามตั้งบนดินถมใหม่ที่ยังไม่ได้บดอัด เพราะน้ำหนักกล้องจะทำขากล้องจมจนระดับเพี้ยนสะสม
- สั่งส่ายไม้สต๊าฟเสมอ : งานเขื่อนมักมีระยะทางไกลและแดดจัด ให้คนถือไม้ส่ายหน้า-หลังช้าๆ แล้วคนส่องเลือกอ่าน "ค่าที่ต่ำที่สุด" เสมอ
"ตั้งกล้องหาค่า HI > ล็อกแนวสเตชั่น > เช็กดินเดิม > ส่องควบคุมความหนาทุกๆ ชั้นบดอัด > ส่องพูพรมปิดงานหลังคันดิน" ปฏิบัติตามนี้จะช่วยให้งานเขื่อนดินได้ระนาบแข็งแรงและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม