เลือกกล้องให้ถูกงาน อยากหา "ค่าระดับ" ต้องใช้กล้องแบบไหน?

Last updated: 7 ก.ค. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เลือกกล้องให้ถูกงาน อยากหา "ค่าระดับ" ต้องใช้กล้องแบบไหน?

เลือกกล้องให้ถูกงาน อยากหา "ค่าระดับ" ต้องใช้กล้องแบบไหน?

     ในงานช่างสำรวจ หากเป้าหมายหลักของคุณคือการหา "ค่าระดับ" (Elevation) หรือเช็คความสูง-ต่ำของพื้นที่ เครื่องมือที่คุณเลือกใช้จะเป็นตัวกำหนดทั้งความเร็วและความแม่นยำของหน้างาน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ตัวเลือกหลักตามลักษณะงาน ดังนี้ครับ

1. กล้องระดับ (Auto Level / Digital Level) — แม่นยำที่สุด ตรงสายที่สุด

   นี่คือเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อรังวัดหาความต่างระดับโดยเฉพาะ ทำงานร่วมกับ "ไม้สต๊าฟ" (Leveling Staff) ที่มีแถบตัวเลข

  • Automatic Level (กล้องระดับทั่วไป) : ผู้ส่องกล้องต้องอ่านตัวเลขบนไม้สต๊าฟด้วยสายตา แล้วนำค่ามาคำนวณหักลบกัน นิยมใช้ที่สุดเพราะทนทาน ราคาจับต้องได้ และใช้งานง่าย
  • Digital Level (กล้องระดับดิจิทัล) : ใช้คู่กับไม้สต๊าฟบาร์โค้ด กล้องจะอ่านค่าและบันทึกข้อมูลให้เองอัตโนมัติ ช่วยตัดปัญหาความผิดพลาดจากสายตาคน (Human Error) เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูงมาก เช่น งานวางหมุดเกณฑ์อ้างอิงหลัก (Benchmark)


2. กล้อง Total Station — ได้ทั้งพิกัดแนวราบและแนวดิ่ง (ตรีโกณมิติ)

   แม้หน้าที่หลักของกล้อง Total Station จะเป็นการหาพิกัดแนวราบ (X, Y) และวัดมุม แต่ก็สามารถหาค่าระดับ (Z) ได้เช่นกัน โดยการยิงเลเซอร์ไปที่เป้าปริซึมแล้วคำนวณความสูงต่ำด้วยหลักตรีโกณมิติ

  • ข้อดี : ทำงานได้รวดเร็วมากในพื้นที่ที่มีความต่างระดับสูงๆ หรือภูมิประเทศที่เป็นเนินเขา
  • ข้อจำกัด : ความละเอียดแม่นยำในแนวตั้งจะไม่เนียนเท่ากับการใช้กล้องระดับ (Auto Level) ส่องโดยตรง


  สรุปหลักการเลือกใช้

  • งานเน้นความเป๊ะในแนวดิ่ง : เช่น งานเทคอนกรีต, งานวางท่อระบายน้ำ, งานเช็คระดับพื้นอาคาร ต้องใช้ "กล้องระดับ" (Auto Level)
     
  • งานเน้นความเร็ว ได้ทั้งพิกัดและระดับพร้อมกัน : เช่น งานทำแผนที่ภูมิประเทศ, งานวางผังโครงสร้างภาพรวม  เลือกใช้ "กล้อง Total Station"

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้