เทคนิคการวัดระยะด้วยสายวัด และการแก้ไข "การตกท้องช้าง"
สายวัดระยะเป็นเครื่องมือพื้นฐานในงานสำรวจ แม้ดูใช้งานง่าย แต่หากไม่ดึงให้ตึงหรือวัดระยะยาวเกินไป ปัญหา "การตกท้องช้าง" (Sag) จะทำให้ค่าที่อ่านได้ ยาวกว่าระยะจริงเสมอ
1. วิธีวัดระยะทางให้แม่นยำ
- ดึงในแนวราบ : รักษาแถบสายวัดให้อยู่ในระนาบขนานกับพื้นโลก (ไม่เอียงตามความสโลปของพื้นที่)
- ใช้แรงดึงมาตรฐาน : ดึงให้ตึงด้วยแรงประมาณ 5 - 10 kg. เพื่อลดการหย่อนตัว
- ตรงแนวหมุด : เล็งสายวัดไม่ให้เบี่ยงเบนออกซ้าย-ขวาจากแนวหมุดต้นทางและปลายทาง
- เช็กจุดศูนย์ (0.000 m.) : ตรวจสอบว่าขีด 0 เริ่มที่ห่วงจับ หรือขยับเข้ามาที่ขีดสเกลแรก
2. เทคนิคป้องกันและแก้ไขการตกท้องช้าง (Sag)
การตกท้องช้างเกิดจากน้ำหนักของสายวัดดึงให้แถบวัดแอ่นลงตรงกลางเมื่อลอยอยู่กลางอากาศ แก้ไขได้ด้วย
- แบ่งช่วงวัดให้สั้นลง (Stepping) : ห้ามดึงยาวทีเดียว 30 - 50 m. ให้แบ่งวัดทีละ 5 - 10 m. แล้วใช้น้ำดิ่ง (Plumb Bob) ทิ้งแนวลงหมุด
- ใช้ตาชั่งสปริงช่วยดึง : ควบคุมแรงดึงปลายสายวัดให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดโรงงาน
- คำนวณค่าปรับแก้ (สำหรับงานละเอียดสูง) : ใช้สูตร
เพื่อหักลบระยะส่วนเกินจากการตกท้องช้าง
ข้อควรระวัง : ห้ามเหยียบหรือพับสายวัดเหล็กจนเป็นรอยหัก และระวังเรื่องอุณหภูมิเพราะสายวัดสามารถขยายตัวเมื่อร้อนและหดตัวเมื่อเย็นได้