Last updated: 10 ก.ย. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
ทฤษฎี ในกล้องระดับที่สมบูรณ์ แนวเล็งต้องขนานกับแนวราบพอดี แต่ในทางปฏิบัติมักเอียงเล็กน้อยจากการใช้งาน ความเอียงนี้ทำให้ค่าที่อ่านได้สูงหรือต่ำกว่าความจริงเป็นสัดส่วนตรงกับระยะเล็ง ค่าผิดที่ตกค้างในผลต่างระดับหนึ่งสถานีจึงเท่ากับ
dh = c x (Db - Df)
เมื่อ c คือความเอียงของแนวเล็งต่อหนึ่งหน่วยระยะ Db คือระยะไปยังไม้สต๊าฟหลัง และ Df คือระยะไปยังไม้สต๊าฟหน้า
ข้อสรุปที่ได้ทันที เมื่อ Db เท่ากับ Df วงเล็บกลายเป็นศูนย์ ค่าผิดจึงหายไปหมดโดยไม่ต้องรู้ค่า c เลย นี่คือเหตุผลที่การตั้งกล้องกึ่งกลางได้ผลจริง ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำตาม ๆ กันมา
ข้อควรระวัง การหักล้างเกิดขึ้นในระดับสถานีเดียว หากสถานีหนึ่งเอียงไปทางบวกและอีกสถานีเอียงไปทางลบ ผลจะไม่หักล้างกันเองข้ามสถานี จึงต้องรักษาสมดุลระยะที่ทุกสถานี ไม่ใช่เฉลี่ยเอาทั้งเส้นทาง
ทฤษฎี แนวราบที่กล้องกวาดคือระนาบสัมผัสผิวโลก ส่วนระดับอ้างอิงจริงคือผิวโค้ง ยิ่งเล็งไกลค่าที่อ่านได้จึงสูงกว่าความจริง ในทางกลับกัน ลำแสงที่เดินทางผ่านชั้นอากาศจะโค้งลงเล็กน้อยจากการหักเห ซึ่งหักล้างผลของความโค้งไปได้ส่วนหนึ่ง ผลรวมของสองอย่างประมาณได้จาก
h = 0.0675 x D^2
เมื่อ D คือระยะเล็งเป็นกิโลเมตร และ h คือค่าแก้เป็นเมตร ที่ระยะ 60 เมตรค่านี้เท่ากับประมาณ 0.24 มิลลิเมตร ซึ่งดูน้อย แต่โตขึ้นตามกำลังสองของระยะ
ผลของสมดุลระยะ เนื่องจากค่านี้ขึ้นกับระยะเล็งเพียงอย่างเดียว การทำระยะหน้าและระยะหลังให้เท่ากันจึงทำให้ค่าแก้ทั้งสองข้างเท่ากันและหักล้างกันในผลต่างระดับ เช่นเดียวกับความคลาดเคลื่อนแนวเล็ง
ข้อควรระวัง การหักเหของแสงไม่คงที่ ขึ้นกับอุณหภูมิใกล้ผิวดินซึ่งเปลี่ยนตลอดวัน การเล็งใกล้ผิวดินในช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจัดจึงให้ค่าไม่นิ่ง แม้จะสมดุลระยะแล้วก็ตาม
เกณฑ์ที่ใช้กัน ความต่างระหว่างระยะหน้าและระยะหลังในหนึ่งสถานี มักกำหนดไม่เกินประมาณ 2 ถึง 5 เมตรสำหรับงานทั่วไป และเข้มกว่านั้นสำหรับงานควบคุมระดับ ส่วนผลสะสมของความต่างตลอดเส้นทางมักกำหนดไม่ให้เกินประมาณ 10 เมตร แนวปฏิบัติในลักษณะนี้ปรากฏในคู่มืองานสำรวจของ USACE EM 1110 และในเกณฑ์ชั้นงานระดับทั่วไป
Procedure ใช้เส้นใยสเตเดียประมาณระยะทั้งสองข้างก่อนอ่านค่าจริงทุกสถานี วิธีนี้เร็วกว่าการนับก้าวและแม่นพอสำหรับการคุมสมดุล หากพบว่าต่างกันเกินเกณฑ์ ให้ขยับกล้องก่อนอ่านค่า ไม่ใช่อ่านแล้วค่อยแก้ทีหลัง
Spec ที่เกี่ยวข้อง ระยะเล็งสูงสุดที่ควรใช้อยู่ในช่วงประมาณ 30 ถึง 60 เมตรตามชั้นงาน ส่วนค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของกล้องระดับอัตโนมัติต่อการเดินระดับไปกลับ 1 กิโลเมตร อยู่ในช่วงประมาณ 0.7 ถึง 2.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นค่าที่ทดสอบตามวิธีของ ISO 17123-2
ความคลาดเคลื่อนจากไม้สต๊าฟ ไม้ที่สเกลยืดหรือหดจากความชื้น และไม้ที่ไม่ได้ตั้งดิ่ง ให้ค่าผิดที่ไม่เกี่ยวกับระยะเล็ง จึงไม่หักล้างด้วยวิธีนี้ ต้องแก้ด้วยการใช้ลูกน้ำติดไม้และการตรวจสเกลตามรอบ
การทรุดของขาตั้งและหมุดพัก การทรุดที่เกิดขึ้นระหว่างการอ่านค่าหลังกับค่าหน้าเข้าไปในผลต่างระดับโดยตรง วิธีลดคือใช้แผ่นรองหมุดพักบนพื้นอ่อน อ่านค่าให้เร็ว และสลับลำดับการอ่านในสถานีคู่กับสถานีคี่
ความคลาดเคลื่อนสุ่มจากการอ่านและคลื่นความร้อน กลุ่มนี้ลดได้ด้วยการวัดซ้ำและเฉลี่ยเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับสมดุลระยะ และเป็นเหตุผลที่งานเกณฑ์เข้มงวดต้องเดินระดับไปกลับเสมอ
หลักการจัดสถานี วางแผนให้จำนวนสถานีเป็นเลขคู่เมื่อทำได้ และให้ระยะรวมด้านหลังเท่ากับระยะรวมด้านหน้าตลอดเส้นทาง วิธีนี้ทำให้ส่วนที่เหลือจากความไม่สมดุลรายสถานีหักล้างกันเองในภาพรวมอีกชั้นหนึ่ง
การตรวจสอบผลลัพธ์ เดินระดับกลับมาปิดที่หมุดเดิม แล้วเทียบความคลาดเคลื่อนบรรจบกับเกณฑ์ของชั้นงานนั้น ค่าที่ผ่านเกณฑ์คือหลักฐานว่าทั้งวิธีทำงานและตัวเครื่องยังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้
เมื่อค่าบรรจบไม่ผ่าน ให้แยกก่อนว่าเป็นความคลาดเคลื่อนสุ่มหรือเชิงระบบ หากเดินซ้ำแล้วค่าเปลี่ยนไปคนละทางคือสุ่ม แต่ถ้าเกินไปทางเดิมทุกครั้งคือเชิงระบบ ซึ่งชี้ไปที่แนวเล็งของเครื่องและต้องทดสอบสองหมุดก่อนใช้งานต่อ
สมดุลระยะหน้าและหลังคือเทคนิคที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในงานเดินระดับ เพราะกำจัดความคลาดเคลื่อนสามตัวพร้อมกัน ทั้งแนวเล็งที่ไม่ขนาน ความโค้งของโลก และการหักเหของแสง โดยไม่ต้องรู้ขนาดของค่าเหล่านั้นเลย และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียว
สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือขอบเขตของมัน วิธีนี้แก้เฉพาะความคลาดเคลื่อนที่เป็นสัดส่วนกับระยะเล็ง ส่วนไม้สต๊าฟที่ผิด หมุดที่ทรุด และการอ่านค่าที่คลาดเคลื่อน ต้องแก้ด้วยวิธีของมันเอง การเข้าใจเส้นแบ่งนี้ทำให้ไม่เสียเวลาไปกับการปรับสิ่งที่ปรับไม่ได้
ในทางปฏิบัติ ให้ประมาณระยะด้วยเส้นใยสเตเดียทุกสถานีจนเป็นนิสัย และจดค่าระยะทั้งสองข้างไว้ในสมุดสนามคู่กับค่าที่อ่านได้ เพราะเมื่อค่าบรรจบไม่ผ่าน ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าปัญหาอยู่ที่วิธีทำงานหรือที่ตัวเครื่อง
สอบเทียบและซ่อมกล้องระดับ พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ ให้บริการทดสอบแนวเล็งด้วยวิธีสองหมุด สอบเทียบกล้องระดับ กล้องวัดมุม และ Total Station พร้อมออกรายงานผลตามแนวทางระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025 และรับปรับตั้งซ่อมเมื่อผลตรวจชี้ว่าความคลาดเคลื่อนเชิงระบบเกินเกณฑ์ที่แก้ได้หน้างาน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
■ บจก.พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ (รังสิต)
▸ Location: https://maps.app.goo.gl/pVxYa4RWrwde1aFg9
▸ หน้าร้านสาขารังสิต B202 ชั้น 2 ปั๊มคาร์เท็กซ์ โครงการสัมมากรเพลสรังสิตคลอง 2
▸ เปิดบริการ จ.-ศ. 8.30-17.30 น. และ วันเสาร์ 9.00-14.00 น.
▸ บริการ: จำหน่าย · เช่า · ซ่อม · สอบเทียบ
▸ โทร. 02-181-6844
▸ www.p1instrument.co.th
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
#ศูนย์รวมกล้องสำรวจราคาถูก #กล้องสำรวจมือสอง #กล้องTotalStation #กล้องระดับ #กล้องวัดมุม #บริการเช่ากล้องสำรวจ #ซ่อมกล้องสำรวจ #สอบเทียบกล้องสำรวจ #P1Instrument #พีนัมเบอร์วันอินสตรูเม้นท์ #สมดุลระยะ #งานเดินระดับ #AutoLevel #ความโค้งโลก #ความคลาดเคลื่อนแนวเล็ง