Last updated: 12 ก.ย. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ISO 17123-3 เป็นมาตรฐานวิธีทดสอบภาคสนามสำหรับกล้องวัดมุม (Theodolite) ใช้ประเมินความเที่ยงของการวัดซ้ำ (Repeatability) ว่ากล้องเหมาะกับงานที่กำลังจะทำหรือไม่ มาตรฐานนี้แบ่งวิธีทดสอบเป็น Simplified Test Procedure สำหรับประเมินเบื้องต้น และ Full Test Procedure สำหรับหาความเที่ยงดีที่สุดที่ทำได้ในสนามพร้อมทดสอบทางสถิติ ปัญหาที่พบบ่อยคือผลทดสอบออกมาไม่ผ่านทั้งที่กล้องปกติ หรือผ่านทั้งที่ทดสอบผิดวิธี สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก 5 เรื่องต่อไปนี้
ทฤษฎี ความคลาดเคลื่อนจากการตั้งศูนย์และการเล็งส่งผลต่อทิศทางมากขึ้นเมื่อระยะเป้าสั้นลง ตัวมาตรฐานยกตัวอย่างว่าการตั้งศูนย์คลาดไป 2 มม. กับเป้าที่ระยะ 100 เมตร อาจทำให้ทิศทางคลาดได้ถึงราว 1.3 mgon หรือประมาณ 4″ ความสัมพันธ์นี้เขียนได้เป็น
ε″ = (e ÷ D) × 206,265
โดย e คือความคลาดเคลื่อนการตั้งศูนย์ และ D คือระยะเป้า (หน่วยเมตรทั้งคู่)
วิธีแก้ Full Test Procedure สำหรับทิศทางราบกำหนดให้ใช้เป้า 5 เป้า อยู่ห่างจากกล้องประมาณ 100–250 เมตร และกระจายรอบขอบฟ้าให้สม่ำเสมอที่สุด เลือกเป้าที่มีจุดเล็งคมชัดและยึดแน่นไม่ไหว ความสูงของเป้าควรใกล้เคียงความสูงกล้องเพื่อลดผลจากแกนกล้องเอียง และต้องใช้เป้าชุดเดิมตลอดทั้ง 4 ชุดใหญ่ ไม่สลับเป้าระหว่างวัน
Spec มาตรฐานระบุความแม่นยำการตั้งศูนย์โดยประมาณ ได้แก่ ดิ่งแบบกล้องหรือดิ่งเลเซอร์ราว 0.5 มม. ลูกดิ่งแบบเชือก 1–2 มม. (แย่ลงเมื่อมีลม) และหลักตั้งศูนย์ (Centring Rod) ราว 1 มม.
ข้อควรระวัง การทดสอบในไซต์ก่อสร้างโดยใช้เป้าระยะ 20–30 เมตร ทำให้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสูงเกินจริง แล้วถูกสรุปผิดว่ากล้องเสีย
ทฤษฎี ผลทดสอบได้รับอิทธิพลจากสภาพอุตุนิยมวิทยา โดยเฉพาะความต่างของอุณหภูมิตามความสูง (Temperature Gradient) ซึ่งทำให้แนวเล็งหักเหและภาพสั่น มาตรฐานระบุว่าท้องฟ้าครึ้มและลมอ่อนเป็นสภาพที่เหมาะที่สุด แสงแดดที่ส่องขาตั้งด้านเดียวยังทำให้ขาตั้งบิดตัวระหว่างชุดวัดได้ด้วย
วิธีแก้ ทดสอบช่วงเช้าหรือวันที่ฟ้าครึ้ม กางร่มบังกล้องและขาตั้ง ขันขาตั้งให้แน่นและกดขาลงดินให้มั่นคง ให้เวลากล้องปรับอุณหภูมิตามคำแนะนำในคู่มือผู้ผลิตก่อนเริ่มวัด และหลีกเลี่ยงการตั้งกล้องบนพื้นยางมะตอยช่วงบ่าย แนวเล็งควรอยู่ห่างผนังอาคาร หลังคาเหล็ก หรือกระจกที่รับแดด เพราะอากาศร้อนข้างพื้นผิวเหล่านี้ทำให้แนวเล็งหักเหทางข้าง (Lateral Refraction) ได้
Tolerance ควรบันทึกอุณหภูมิ สภาพท้องฟ้า และลมไว้ในรายงานทุกครั้ง เพื่อใช้อธิบายผลเมื่อค่าที่ได้แตกต่างจากครั้งก่อน
ข้อควรระวัง ห้ามจับหรือพิงขาตั้งระหว่างวัด การสัมผัสเพียงเล็กน้อยทำให้ทิศทางเปลี่ยนได้หลายฟิลิปดา
ทฤษฎี ISO 17123-3 กำหนดให้กล้องและอุปกรณ์ประกอบอยู่ในสภาพปรับตั้งที่ทราบค่าและยอมรับได้ตามวิธีในคู่มือผู้ผลิตก่อนทดสอบ การทดสอบนี้วัดความเที่ยงของการวัดซ้ำ ไม่ได้มีไว้หาค่า Collimation Error หรือ Vertical Index Error แม้การวัดสองหน้ากล้องจะช่วยหักล้างค่าเหล่านี้ได้ส่วนหนึ่งก็ตาม นอกจากนี้ Simplified Test Procedure ใช้ข้อมูลน้อยกว่า ผลที่ได้จึงบอกได้เพียงระดับความเที่ยงโดยประมาณ ไม่เหมาะใช้ตัดสินว่ากล้องผ่านหรือไม่ผ่านสเปก
วิธีแก้ ก่อนทดสอบให้ตรวจและปรับฟองระดับ ดิ่ง ตัวชดเชยแนวเอียง รวมถึงค่า Collimation และ Vertical Index ตามขั้นตอนในคู่มือ แล้วจึงเริ่มวัดทุกชุดโดยไม่แตะเมนูปรับแก้อีก
Spec ใช้ค่าความแม่นยำมุมที่ผู้ผลิตระบุตาม ISO 17123-3 ของรุ่นนั้นเป็นค่าอ้างอิง ซึ่งกล้องในตลาดมีตั้งแต่ระดับ 1″ ถึง 7″
ข้อควรระวัง การปรับตั้งกล้องระหว่างทดสอบทำให้ข้อมูลก่อนและหลังปรับมาจากกล้องคนละสภาพ ผลสถิติที่คำนวณได้จึงใช้ไม่ได้
ทฤษฎี Full Test Procedure สำหรับทิศทางราบวัด 4 ชุดใหญ่ (Series) แต่ละชุดมี 3 รอบ (Sets) รอบละ 5 เป้า องศาอิสระต่อชุดคือ (3 − 1) × (5 − 1) = 8 รวมทั้งหมด 32 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจากการทดลองคำนวณจากค่าตกค้าง (Residual) ทั้งหมด
s = √( Σr² ÷ ν ) และ s ≤ σ × √( χ²0.95(ν) ÷ ν )
เมื่อ ν = 32 ค่า χ²0.95(32) = 46.19 เกณฑ์จึงเท่ากับ s ≤ 1.20σ โดย σ คือความแม่นยำที่ผู้ผลิตระบุ ตัวอย่างเช่น กล้องระดับความแม่นยำ 2″ จะมีเกณฑ์ s ไม่เกิน 2.4″ หากคำนวณได้ 2.1″ ถือว่าผ่าน แต่ถ้าได้ 2.8″ ต้องย้อนตรวจสภาพการทดสอบก่อนสรุปผล
วิธีแก้ คำนวณค่าตกค้างหลังขจัดผลของการตั้งทิศเริ่มต้นในแต่ละรอบและค่าเฉลี่ยของแต่ละเป้าให้ครบก่อน แล้วจึงรวมผลทั้ง 4 ชุด ใช้สเปรดชีตที่ตรวจสูตรแล้ว และตรวจหน่วยให้ตรงกัน (1 mgon ≈ 3.24″)
ข้อควรระวัง ห้ามใช้ความละเอียดการแสดงผลบนหน้าจอแทนค่า σ และห้ามตัดข้อมูลรอบที่ไม่สวยทิ้งโดยไม่มีเหตุผลทางเทคนิครองรับ
ทฤษฎี ผลทดสอบตาม ISO 17123-3 บอกความเหมาะสมของกล้องกับงานตรงหน้า ส่วนการสอบเทียบในห้องปฏิบัติการตามระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025 ให้ผลที่สอบกลับได้พร้อมค่าความไม่แน่นอน ทั้งสองอย่างจึงใช้ร่วมกัน ไม่ได้ใช้แทนกัน หากต้องการเทียบกล้องสองตัวหรือกล้องตัวเดิมต่างช่วงเวลา มาตรฐานใช้ F-Test โดยที่ ν = 32 ค่า F0.975(32,32) = 2.02
Tolerance อัตราส่วน s² ของสองชุดข้อมูลควรอยู่ในช่วง 0.49–2.02 จึงถือว่าความเที่ยงไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
วิธีแก้ เก็บรายงานผลทดสอบไว้เป็นประวัติของกล้องแต่ละตัว โดยทดสอบด้วยสนามเดิมและช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกครั้ง เพื่อให้ผลเทียบกันได้ เมื่อค่า s เริ่มสูงขึ้นต่อเนื่องแม้ทดสอบในสภาพเหมาะสม ให้ส่งตรวจสอบเทียบก่อนนำไปใช้กับงานที่มีเกณฑ์เข้มงวด
ข้อควรระวัง ผลไม่ผ่านเพียงครั้งเดียวในวันอากาศร้อนไม่ใช่หลักฐานว่ากล้องเสีย ควรทดสอบซ้ำในสภาพที่ดีกว่าก่อนตัดสินใจ
ผลทดสอบตาม ISO 17123-3 จะเชื่อถือได้เมื่อสนามทดสอบ สภาพอากาศ สภาพกล้อง และการคำนวณถูกต้องครบทั้งสี่ส่วน ก่อนสรุปว่ากล้องไม่ผ่าน ให้ย้อนตรวจระยะและการกระจายของเป้า เวลาที่ทดสอบ การปรับตั้งก่อนเริ่ม และองศาอิสระที่ใช้ในสูตร ทุกครั้ง
สำหรับทีมที่ใช้กล้องวัดมุมทุกวัน การทดสอบภาคสนามเป็นระยะช่วยจับสัญญาณผิดปกติได้เร็ว ส่วนการสอบเทียบตามรอบช่วยยืนยันสถานะของกล้องด้วยผลการวัดที่สอบกลับได้ สองอย่างนี้ทำงานเสริมกัน รายงานที่ดีควรมีหมายเลขเครื่อง วันที่ สภาพอากาศ ผังเป้า ค่าที่อ่านได้ทุกรอบ และผลการทดสอบทางสถิติ เพื่อให้ผู้ตรวจงานหรือห้องปฏิบัติการใช้ประกอบการพิจารณาได้ทันที
หากผลทดสอบของคุณออกมาก้ำกึ่ง หรือค่าเริ่มแกว่งผิดสังเกต P1 Instrument ให้บริการสอบเทียบกล้องวัดมุม Total Station และกล้องระดับ ครอบคลุมการตรวจค่า Collimation, Vertical Index ตัวชดเชย และดิ่ง พร้อมปรับตั้งให้กลับเข้าเกณฑ์ของผู้ผลิต เพื่อให้กล้องพร้อมใช้กับงานที่ต้องการความแม่นยำ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
■ บจก.พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ (รังสิต)
▸ Location: https://maps.app.goo.gl/pVxYa4RWrwde1aFg9
▸ หน้าร้านสาขารังสิต B202 ชั้น 2 ปั๊มคาร์เท็กซ์
โครงการสัมมากรเพลสรังสิตคลอง 2
▸ เปิดบริการ จ.-ศ. 8.30-17.30 น. และ วันเสาร์ 9.00-14.00 น.
▸ บริการ: จำหน่าย · เช่า · ซ่อม · สอบเทียบ
▸ โทร. 02-181-6844
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
#ศูนย์รวมกล้องสำรวจราคาถูก #กล้องสำรวจมือสอง #กล้องTotalStation #กล้องระดับ #กล้องวัดมุม #บริการเช่ากล้องสำรวจ #ซ่อมกล้องสำรวจ #สอบเทียบกล้องสำรวจ #P1Instrument #พีนัมเบอร์วันอินสตรูเม้นท์ #สอบเทียบกล้องวัดมุม #ทดสอบกล้องวัดมุม #ความแม่นยำกล้องสำรวจ #Theodolite