Last updated: 21 ก.ย. 2569 | 2 จำนวนผู้เข้าชม |
กล้องระดับมือสองเป็นทางเลือกที่คุ้มสำหรับผู้รับเหมา เพราะกลไกของเครื่องกลุ่มนี้ทนและอายุใช้งานยาว แต่ความเสียหายที่ทำให้ค่าผิดมักไม่แสดงออกตอนเปิดดูหน้าร้าน ห้าปัญหาต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องตรวจก่อนจ่ายเงิน
ทฤษฎี กล้องระดับอัตโนมัติอาศัยชุดปริซึมที่แขวนด้วยลวดหรือแถบโลหะ แล้วหน่วงการแกว่งด้วยแม่เหล็กหรืออากาศ เมื่อเครื่องตกหรือถูกกระแทก ลวดแขวนอาจยืดและชิ้นส่วนอาจติดขัด ผลคือเส้นเล็งไม่กลับมาที่ตำแหน่งเดิม ทั้งที่ฟองกลมยังเข้ากลาง
Procedure ตั้งกล้องบนขาตั้งให้ได้ระดับ เล็งไม้สต๊าฟที่ระยะราว 20 เมตร แล้วอ่านค่าไว้ จากนั้นเคาะข้างกล้องเบา ๆ รอให้นิ่งแล้วอ่านซ้ำ ทำต่อด้วยการหมุนสกรูปรับระดับให้เอียงเล็กน้อยไปทางซ้าย ขวา หน้า และหลัง แล้วอ่านค่าใหม่ทุกครั้ง
เกณฑ์ยอมรับ ค่าที่อ่านได้หลังเคาะและหลังเอียงภายในพิสัยตัวชดเชย ต้องกลับมาที่ค่าเดิมภายในราว 1 มิลลิเมตรที่ระยะทดสอบ ถ้าเส้นนิ่งแต่ไม่กลับตำแหน่งเดิม หรือกลับช้ากว่าสองถึงสามวินาที ให้ถือว่าตัวชดเชยมีปัญหา
ข้อควรระวัง อาการนี้ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด เพราะเครื่องยังใช้งานได้และอ่านค่าได้ตามปกติ ความผิดจะไปโผล่ที่ค่าปิดของวงระดับซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ซ้ำ ๆ โดยหาสาเหตุไม่เจอ
ทฤษฎี แนวเล็งที่ไม่ขนานกับแนวระดับจริงทำให้ค่าที่อ่านผิดเป็นสัดส่วนกับระยะเล็ง เป็นความคลาดเคลื่อนเชิงระบบที่หักล้างได้ด้วยการคุมระยะหน้าและหลังให้เท่ากัน แต่ถ้าเพี้ยนมาก การปรับกลับอาจเกินระยะที่สกรูปรับในตัวเครื่องรองรับ
C = ( a1 − b1 ) − ( a2 − b2 )
โดย a และ b คือค่าที่อ่านบนไม้สต๊าฟสองจุด เลข 1 คือการตั้งกล้องกึ่งกลาง และเลข 2 คือการตั้งกล้องใกล้จุดใดจุดหนึ่ง ค่า C ที่ได้คือความคลาดเคลื่อนของแนวเล็งที่ระยะทดสอบนั้น
Procedure ขอทำ Two-Peg Test ก่อนซื้อทุกครั้ง โดยตอกหมุดสองจุดห่างกันราว 30 ถึง 50 เมตร แล้ววัดตามขั้นตอนมาตรฐาน ถ้าผู้ขายไม่ยอมให้ทดสอบ ให้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือน
เกณฑ์ยอมรับ ค่า C ควรอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ผลิตกำหนดสำหรับรุ่นนั้น และสมรรถนะโดยรวมยืนยันได้ด้วยวิธีทดสอบภาคสนามตาม ISO 17123-2 ซึ่งรายงานผลเป็นค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานต่อการเดินระดับไปกลับหนึ่งกิโลเมตร
ข้อควรระวัง เครื่องที่เพิ่งถูกปรับแนวเล็งมาใหม่ก่อนขายจะผ่านการทดสอบในวันนั้น แต่ถ้าสาเหตุจริงคือลวดแขวนล้า ค่าจะเลื่อนอีกภายในไม่กี่สัปดาห์ จึงควรถามประวัติการซ่อมควบคู่ไปด้วย
ทฤษฎี เชื้อราในเลนส์เกิดจากความชื้นที่ค้างอยู่ในกล้องซึ่งเก็บในกล่องปิดสนิทโดยไม่มีสารดูดความชื้น เส้นใยราจะกัดสารเคลือบผิวเลนส์อย่างถาวร ผลคือภาพมัวลง คอนทราสต์ต่ำ และอ่านขีดไม้สต๊าฟที่ระยะไกลได้ยากขึ้น
Procedure ส่องกล้องไปยังพื้นผิวสว่างสม่ำเสมอ เช่น ท้องฟ้าหรือผนังขาว แล้วปรับโฟกัสไปมาจนสุดทั้งสองทาง มองหาคราบขุ่นเป็นฝ้าและเส้นใยคล้ายใยแมงมุม จากนั้นลองอ่านไม้สต๊าฟที่ระยะ 40 ถึง 50 เมตรเทียบกับเครื่องอีกตัว
เกณฑ์ยอมรับ ถ้าอ่านขีดมิลลิเมตรที่ระยะใช้งานจริงได้ชัดและค่าที่อ่านซ้ำห้าครั้งกระจายไม่เกิน 1 มิลลิเมตร ยังถือว่าใช้งานได้ ส่วนรอยราที่เห็นชัดควรใช้เป็นข้อต่อรอง เพราะเป็นความเสียหายที่ลุกลามต่อ
ข้อควรระวัง ฝ้าที่เกิดจากความชื้นชั่วคราวจะหายไปเมื่อเครื่องปรับอุณหภูมิกับห้องแล้ว การตรวจทันทีหลังยกเครื่องออกจากรถที่ร้อนจึงให้ผลที่ทำให้เข้าใจผิดได้
ทฤษฎี เกลียวที่สึกทำให้เกิดระยะฟรีระหว่างการหมุนกับการขยับจริงของตัวเครื่อง ผลคือฟองกลมค่อย ๆ เคลื่อนระหว่างการวัด เพราะน้ำหนักกล้องดันเกลียวกลับเข้าหาระยะฟรีนั้น
Procedure หมุนสกรูปรับระดับไปทางหนึ่งเล็กน้อยแล้วหมุนกลับ สังเกตว่าฟองตอบสนองทันทีหรือมีจังหวะหน่วง จากนั้นตั้งกล้องให้ได้ระดับแล้วปล่อยไว้ห้านาทีโดยไม่แตะ แล้วกลับมาดูว่าฟองยังอยู่กลางหรือไม่
เกณฑ์ยอมรับ ฟองต้องขยับตามการหมุนทันทีโดยไม่มีช่วงฟรี และต้องอยู่กลางหลังปล่อยทิ้งไว้ ถ้าฟองไหลไปทางเดิมทุกครั้ง แสดงว่าเกลียวหรือฐานยึดหลวม ซึ่งซ่อมได้แต่ต้องคิดค่าซ่อมเข้าไปในราคา
ข้อควรระวัง อาการฐานหลวมให้ผลเหมือนการทรุดของขาตั้งทุกประการ ควรทดสอบบนพื้นคอนกรีตแข็งเท่านั้น เพื่อแยกสองสาเหตุนี้ออกจากกัน
ทฤษฎี ความคลาดเคลื่อนของมาตราส่วนบนไม้สต๊าฟเข้าไปในค่าต่างระดับโดยตรงและสะสมตามจำนวนสถานี ไม้สต๊าฟที่ปลายสึกหรือข้อต่อหลวมจึงทำให้ค่าผิดทั้งงาน แม้ตัวกล้องจะสมบูรณ์
ความคลาดเคลื่อนของมาตราส่วน = Δ ÷ L
โดย Δ คือผลต่างที่วัดได้เทียบกับตลับเมตรมาตรฐาน และ L คือช่วงความยาวที่ใช้เทียบ
Procedure วางไม้สต๊าฟกับตลับเมตรเหล็กที่ดึงตึง เทียบขีดที่ระยะ 1 เมตร 2 เมตร และ 3 เมตร ตรวจปลายไม้ว่าสึกจนสั้นลงหรือไม่ และกางข้อต่อทุกท่อนเพื่อดูว่าล็อกแน่นและไม่โยก
เกณฑ์ยอมรับ ผลต่างจากตลับเมตรมาตรฐานไม่ควรเกิน 1 มิลลิเมตรต่อความยาว 3 เมตรสำหรับงานก่อสร้างทั่วไป ส่วนงานที่ต้องการความละเอียดสูงควรใช้ไม้สต๊าฟที่มีใบรับรองจากห้องปฏิบัติการตาม ISO/IEC 17025
ข้อควรระวัง ไม้สต๊าฟที่ปลายสึกจะทำให้ค่าผิดเฉพาะจุดที่ใช้ไม้ต้นนั้น การสลับไม้สต๊าฟระหว่างงานโดยไม่จดไว้ จึงทำให้หาสาเหตุของค่าปิดที่ไม่ผ่านได้ยากมาก
กล้องระดับมือสองที่ดีมีอยู่จริง แต่ต้องตรวจให้ครบทั้งตัวชดเชย แนวเล็ง เลนส์ ฐานยึด และอุปกรณ์ที่มาด้วยกัน ลำดับที่ใช้ได้จริงคือทดสอบตัวชดเชยด้วยการเคาะและเอียง ทำ Two-Peg Test ส่องเลนส์กับพื้นสว่าง ทดสอบระยะฟรีของสกรู แล้วเทียบมาตราส่วนไม้สต๊าฟกับตลับเมตร
ราคาที่ถูกกว่าใหม่ราวครึ่งหนึ่งจะคุ้มก็ต่อเมื่อไม่มีค่าซ่อมซ่อนอยู่ การตรวจทั้งห้าข้อนี้ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง และเป็นชั่วโมงที่ตัดสินว่าเครื่องนั้นเป็นของถูกหรือของแพงในระยะยาว
หากต้องการความมั่นใจก่อนตัดสินใจ P1 Instrument ให้บริการสอบเทียบกล้องระดับ ตรวจแนวเล็งและตัวชดเชยพร้อมออกผลการตรวจ รับซ่อมและปรับตั้งให้กลับเข้าเกณฑ์ของผู้ผลิต รวมถึงมีกล้องระดับทั้งมือหนึ่งและมือสองที่ผ่านการตรวจสภาพแล้วให้เลือก
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
■ บจก.พี นัมเบอร์วัน อินสตรูเม้นท์ (รังสิต)
▸ Location: https://maps.app.goo.gl/pVxYa4RWrwde1aFg9
▸ หน้าร้านสาขารังสิต B202 ชั้น 2 ปั๊มคาร์เท็กซ์
โครงการสัมมากรเพลสรังสิตคลอง 2
▸ เปิดบริการ จ.-ศ. 8.30-17.30 น. และ วันเสาร์ 9.00-14.00 น.
▸ บริการ: จำหน่าย · เช่า · ซ่อม · สอบเทียบ
▸ โทร. 02-181-6844
▸ www.p1instrument.co.th
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
#ศูนย์รวมกล้องสำรวจราคาถูก #กล้องสำรวจมือสอง #กล้องTotalStation #กล้องระดับ #กล้องวัดมุม #บริการเช่ากล้องสำรวจ #ซ่อมกล้องสำรวจ #สอบเทียบกล้องสำรวจ #P1Instrument #พีนัมเบอร์วันอินสตรูเม้นท์ #กล้องระดับมือสอง #ตรวจรับกล้อง #TwoPegTest #ตัวชดเชย