เจาะลึก! เทคนิคการใช้งานกล้องระดับขั้นสูง (Advanced Auto Level) ที่ช่างสำรวจต้องรู้

Last updated: 16 พ.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เจาะลึก! เทคนิคการใช้งานกล้องระดับขั้นสูง (Advanced Auto Level) ที่ช่างสำรวจต้องรู้

ทำไมการใช้งานพื้นฐานถึงไม่พอสำหรับงานละเอียด?

ในการทำงานสำรวจทั่วไป การตั้งกล้องให้ได้ระดับลูกน้ำและส่องอ่านค่าไม้สตาฟ (Staff) อาจเพียงพอแล้ว แต่สำหรับงานวิศวกรรมโยธา งานวางโครงข่ายหมุดระดับ หรืองานที่ต้องการค่าความละเอียดสูง (First-Order Leveling) ความคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่มิลลิเมตรอาจส่งผลกระทบต่อทั้งโครงการ ช่างสำรวจจึงจำเป็นต้องใช้ เทคนิคการใช้งานกล้องระดับขั้นสูง เพื่อตรวจสอบเครื่องมือและลด Error ที่เกิดจากสภาพแวดล้อม

1. การทดสอบและปรับแก้ความคลาดเคลื่อนแนวเล็ง (Two-Peg Test)

ไม่ว่ากล้องระดับจะผ่านการสอบเทียบ (Calibration) มาดีแค่ไหน เมื่อผ่านการใช้งานหรือการกระทบกระเทือน ย่อมเกิดความคลาดเคลื่อนของแนวเล็ง (Collimation Error)

วิธีทำเบื้องต้น: กำหนดจุด A และ B ห่างกันประมาณ 30-50 เมตร ตั้งกล้องกึ่งกลางระหว่าง 2 จุด อ่านค่าสตาฟทั้งสองฝั่งเพื่อหาความต่างระดับที่แท้จริง จากนั้นย้ายกล้องไปตั้งใกล้จุด A (หรือ B) ให้มากที่สุด แล้วอ่านค่าใหม่ หากความต่างระดับไม่เท่ากับค่าที่แท้จริง แสดงว่าแนวเล็งไม่ได้ระดับ

ประโยชน์: ช่วยให้วิศวกรทราบว่ากล้องมีค่า Error อยู่ที่เท่าไร และสามารถใช้สกรูปรับแก้สายใย (Reticle) ให้กลับมาขนานกับแนวระดับลูกน้ำได้อย่างแม่นยำ

2. เทคนิคการอ่านแบบ 3 เส้นสายใย (Three-Wire Leveling)

แทนที่จะอ่านแค่เส้นสายใยกลาง (Middle Hair) เพียงอย่างเดียว เทคนิคนี้จะให้อ่านค่าที่ สายใยบน (Upper Hair) และ สายใยล่าง (Lower Hair) ด้วย

การหาค่าเฉลี่ย: นำค่า (สายใยบน + สายใยล่าง) หาร 2 จะต้องได้ค่าใกล้เคียงหรือเท่ากับสายใยกลาง เป็นการรีเช็ค (Double Check) ว่าช่างสำรวจไม่ได้จดค่าผิดพลาด

การหาระยะทาง: สามารถคำนวณระยะทางจากกล้องถึงไม้สตาฟได้ทันที โดยใช้สูตร: ระยะทาง = (สายใยบน - สายใยล่าง) x 100 (ค่าคงที่ของกล้องส่วนใหญ่คือ 100)

ประโยชน์: เพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล และช่วยควบคุมระยะหน้า (Foresight) และระยะหลัง (Backsight) ให้สมดุลกัน

3. การทำระดับข้ามอุปสรรค (Reciprocal Leveling)

ในกรณีที่ต้องถ่ายระดับข้ามแม่น้ำ หุบเขา หรือเหวลึก ซึ่งไม่สามารถตั้งกล้องไว้กึ่งกลางระหว่างไม้สตาฟ 2 ฝั่งได้ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากความโค้งของโลกและการหักเหของแสง (Curvature and Refraction)

วิธีปฏิบัติ: ต้องทำการตั้งกล้อง 2 ครั้ง คือตั้งกล้องที่ฝั่ง A (ส่องอ่าน A และ B) และย้ายไปตั้งกล้องที่ฝั่ง B (ส่องอ่าน B และ A)

ประโยชน์: เมื่อนำค่าความต่างระดับจากทั้ง 2 ฝั่งมาเฉลี่ยกัน จะช่วยหักล้างค่าความคลาดเคลื่อนจากสภาพแวดล้อมและแนวเล็งของกล้องออกไปได้หมดจด

4. การรักษาระยะ Backsight และ Foresight ให้เท่ากัน

เทคนิคพื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดในการทำงานระดับขั้นสูง คือการรักษาระยะห่างระหว่างกล้องถึงไม้สตาฟหลัง (BS) และกล้องถึงไม้สตาฟหน้า (FS) ให้เท่ากันเสมอ เพราะวิธีนี้จะช่วยหักล้าง Error จากความโค้งของโลก การหักเหของแสง และความคลาดเคลื่อนของแนวเล็งกล้อง (Collimation Error) ไปในตัวโดยอัตโนมัติ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้