EDM Technology: Phase-Shift vs Pulse เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานสำรวจของคุณ

Last updated: 16 พ.ค. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EDM Technology: Phase-Shift vs Pulse เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานสำรวจของคุณ

ทำไมต้องเข้าใจหลักการ EDM ก่อนเลือกซื้อหรือเช่ากล้อง

ในงานสำรวจสมัยใหม่ Total Station ทำหน้าที่วัดทั้งมุมและระยะในชุดเดียว โดยส่วนวัดระยะ (Electronic Distance Measurement หรือ EDM) ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเดินทางไปกลับระหว่างกล้องกับเป้าหมาย (Prism หรือพื้นผิว) แล้วคำนวณระยะจากเวลาที่คลื่นใช้ในการเดินทาง มาตรฐาน ISO 17123-4:2012 Electronic distance meters (EDM measurements to reflectors) และ ISO 17123-5:2018 Total stations กำหนดวิธีทดสอบ Standard Deviation ของ EDM ในภาคสนาม โดยใช้สมการความแม่นยำในรูปแบบ ±(a mm + b ppm × D) ซึ่งเป็นค่าที่ผู้ผลิตทุกรายต้องประกาศ การเข้าใจว่าตัวเลขเหล่านี้มาจากเทคโนโลยีพื้นฐานแบบใด ช่วยให้เลือกกล้องได้ตรงกับลักษณะงานจริง

1. หลักการ Phase-Shift (Phase Comparison)

คำอธิบายเชิงทฤษฎี: Phase-Shift EDM ส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบต่อเนื่อง (Continuous Wave) ที่มีการมอดูเลต (Modulated) ด้วยความถี่หลายค่า เมื่อคลื่นสะท้อนกลับจากปริซึม ระบบจะเปรียบเทียบ "เฟส" ของคลื่นส่ง–คลื่นรับ ความต่างของเฟสคือเศษส่วนของหนึ่งความยาวคลื่น (Fractional Wavelength) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับระยะทาง

สมการพื้นฐาน:

D = (N × λ + Δλ) / 2

โดย D คือระยะทางจากกล้องถึงเป้า, λ คือความยาวคลื่นมอดูเลต, N คือจำนวนรอบคลื่นเต็ม, และ Δλ คือเศษคลื่นที่วัดจากความต่างเฟส (Phase Difference)

ค่า Spec ที่อ้างอิงได้:

  • Accuracy ทั่วไป: ±(1–2 mm + 1–2 ppm × D)
  • ระยะวัดสูงสุดเมื่อใช้ Single Prism: 3,000–5,000 ม.
  • เวลาวัดต่อจุด: 0.5–1.5 วินาที (Fine Mode)

ข้อควรระวัง: Phase-Shift ต้องการสัญญาณสะท้อนที่แรงและเสถียร ระยะวัดในโหมด Reflectorless จึงสั้นกว่าและไวต่อสีและพื้นผิวเป้าหมาย หากพื้นผิวเป็นกระจกใส กระเบื้องเงา หรือผ้าใบสีดำ อาจวัดไม่ได้หรือคลาดเคลื่อน

2. หลักการ Pulse (Time-of-Flight)

คำอธิบายเชิงทฤษฎี: Pulse EDM ส่งคลื่นเลเซอร์เป็นห้วงสั้น (Pulse) ระดับนาโนวินาที แล้ววัดเวลาที่ใช้ในการเดินทางไปกลับโดยตรง (Direct Time Measurement) จากความสัมพันธ์ระยะ = ความเร็วแสง × เวลา ÷ 2 จุดเด่นคือไม่ต้องการสัญญาณสะท้อนต่อเนื่อง แค่จับห้วงคลื่นที่กลับมาได้ก็คำนวณระยะได้

สมการพื้นฐาน:

D = (c × t) / 2

โดย c คือความเร็วแสงในอากาศ (≈ 299,792,458 m/s ปรับแก้ด้วย Refractive Index) และ t คือเวลาเดินทางไปกลับของพัลส์

ค่า Spec ที่อ้างอิงได้:

  • Accuracy ทั่วไป (โหมด Prism): ±(2–3 mm + 2 ppm × D)
  • Accuracy โหมด Reflectorless: ±(2–5 mm + 2 ppm × D) ที่ระยะ <500 ม.
  • ระยะวัด Reflectorless: 500–1,000 ม. (บางรุ่นถึง 2,000 ม. บนพื้นผิวสะท้อนดี)
  • เวลาวัดต่อจุด: 0.3–1 วินาที

ข้อควรระวัง: Pulse EDM ให้ความแม่นยำต่ำกว่า Phase-Shift เล็กน้อยในงานระยะใกล้กับปริซึม แต่ได้เปรียบในงาน Reflectorless และระยะไกล หากใช้ในวันที่อากาศมีฝุ่นควันมาก ฝน หรือหมอก ระยะวัดและความน่าเชื่อถือลดลงเร็วกว่า Phase-Shift

3. ระบบผสม (Hybrid / Multi-Pulse) ในเครื่องสมัยใหม่

คำอธิบายเชิงทฤษฎี: Total Station รุ่นใหม่ของผู้ผลิตชั้นนำ เช่น Leica MS/TS Series, Topcon GT/MS, Sokkia iX, Trimble S-Series ใช้เทคโนโลยีผสมที่เรียกว่า MultiStation, Long Range Pulse หรือ WaveForm Digitizing โดยรวมจุดแข็งของทั้ง Phase-Shift (แม่นยำสูงในระยะปานกลาง) และ Pulse (วัดได้ไกลและ Reflectorless ได้ดี) ในเครื่องเดียว

วิธีปฏิบัติในการเลือกโหมด:

  1. งาน Stake Out ที่ระยะ <200 ม. กับปริซึม → เลือกโหมด Phase / Fine
  2. งานวัด Façade อาคารหรือ As-Built ในระยะ 100–500 ม. ที่ไม่มีปริซึม → เลือกโหมด Pulse / Reflectorless
  3. งาน Monitoring โครงสร้างที่ต้องการ Repeatability สูง → เลือกโหมด Phase + Multi-Reading + Mean

ค่า Spec ที่อ้างอิงได้:

  • Hybrid mode accuracy (Prism): ±(0.5–1.5 mm + 1 ppm × D) ในเครื่องระดับ High-End
  • ระยะ Reflectorless บนพื้นผิว Kodak Gray Card 18%: 500–1,500 ม.

ข้อควรระวัง: สเปกในแคตาล็อกมักรายงานภายใต้สภาวะมาตรฐาน (20°C, 1013 hPa, 60% RH) สภาพภาคสนามจริงในเมืองไทยที่อุณหภูมิ 35–40°C จะลดประสิทธิภาพประมาณ 10–20%

4. ผลของบรรยากาศ (Atmospheric Correction) ต่อทั้งสองเทคโนโลยี

ไม่ว่าจะใช้ Phase-Shift หรือ Pulse ทุก EDM ต้องชดเชยค่า Refractive Index ของอากาศซึ่งขึ้นกับอุณหภูมิ ความดันบรรยากาศ และความชื้น ค่าชดเชยนี้รายงานในหน่วย "ppm" (parts per million) ตัวอย่างเช่น ที่อุณหภูมิ 30°C และความดัน 1013 hPa จะเกิด ppm ประมาณ +12 ถึง +14 ppm หากไม่ตั้งค่าให้ถูกต้องจะทำให้ระยะที่ 1,000 ม. คลาดเคลื่อนได้ถึง 12–14 mm

ข้อควรระวัง: ช่างสำรวจจำนวนมากใช้ค่า ppm เริ่มต้น (0 หรือค่าที่ตั้งครั้งล่าสุด) ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนตามฤดูกาล ควรตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เริ่มงานในวันที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเกิน 5°C

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้